STORY

[BT] งานวัด...ของคนอกหัก

posted on 06 Jul 2009 23:00 by dc9spot  in STORY

 

**เอนทรี่นี่เป็นส่วนหนึ่งของ บลอดเวน**

 

(และกุไม่ได้อกหักเปลี่ยวใจจึงแต่งหรืออย่างไร..../ปาดเหงื่อ)

 

 

 

คำเตือน **ยาวมหาศาล**

   









 

 

.

 

.

 

 

....อ่า....ทำไปได้นะเรา..

 

 

 ฉันพึมพำกับตัวเองพร้อมกับยกมือที่ยังถือจอยขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆจากการอดนอน ...รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าซะแล้ว ไม่นึกว่าจะกลายเป็นแบบนี้...

....จะมีผู้หญิงคนไหนในโลกนี้กันบ้างนะ ที่พอแฟนบอกเลิกแล้วจะขุดเครื่องแฟมิค่อมขึ้นมานั่งเล่นมาริโอ้ย้อมใจแบบนี้เนี่ย... อ่า....ชักจะอาการหนักแล้วแฮะ....ฉันคงจะเป็นคนประหลาดไปจริงๆแล้วสินะคะ...

 

....ต่าดาด๊าดา ดาดาด่า ดาด๊าดา ดาด่า--------...

 

...ไม่ทันได้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านั้น เสียงกีตาร์อินโทรของเพลงอนิเมที่ฉันตั้งเป็นริงโทนก็ดังขึ้น มันชินเสียแล้วล่ะค่ะที่จะรีบยืนมือออกไปคว้ามารับก่อนที่จะถึงช่วงท่อนเนื้อร้อง ถึงจะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งเป็นริงโทน อ่า...แบบนี้เขาเรียกว่าลักลั่นย้อนแย้งใช่ไหมนะ?..

ค..คุณกราเซียฉันพึมพำเบาๆเมื่อเห็นชื่อของคุณกราเซียขึ้นหราบนหน้าจอ ทำไมคุณกราเซียถึงได้โทรมาเวลานี้กันนะเนี่ย นี่หรือว่า.....

 

 

นริน! ฉันได้ยินมาว่าเธอเพิ่งโดนตานั่นบอกเลิก เธอไม่เป็นไรใช่ไหม!?”

 

 

ฉันนิ่งค้างไปพักนึงเมื่อประโยคแรกดังเข้าหู...อารมณ์คล้ายๆดาราข่าวฉาวที่เพิ่งจะอาบน้ำล้างหน้าเสร็จหยกๆแต่เมื่อก้าวออกจะประตูบ้านปุ้บก็โดนแสงแฟลชนับสิบของกล้องถ่ายรูปสาดใส่พร้อมคำถามที่ยิงรั่วเข้ามาเหมือนปืนกล

 สิ่งแรกที่แว่บขึ้นมาในสมองคือ ทำไมข่าวถึงได้ไปไวขนาดนี้ นี่เพิ่งเมื่อคืนเองนะ!!!

 

....อ...เอ่อ.....ก็ไม่ได้เป็นอะไร...มากหรอกค่ะ...  ...ถึงจะตอบไปแบบนั้นแต่เสียงของฉันมันก็แหบแห้งจากการร้องไห้ทั้งคืน แบบนี้คุณกราเซียต้องจับได้แน่ๆ...ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นเขกหัวตัวเองไปหนึ่งโป๊กด้วยความละเหี่ยใจ.....จะปากแข็งทั้งทีก็ไม่เนียนเอาซะเลย ปั๊ดโธ่ว!...

ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆดังอยู่ปลายสาย อุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาดถึงจะรู้ว่ามันไม่เหมาะที่ต้องให้เขามาลำบากใจก็เถอะ อ่า....รู้สึกผิดนิดๆแฮะ...ก็คุณกราเซียต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนกับเราซะทุกเรื่องเลยนี่นา

...... คุณกราเซีย เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุดน่ะค่ะ แล้วก็เป็นคนที่คอยแนะนำอะไรหลายๆอย่างให้ฉันตั้งแต่ตอนที่ย้ายมาอยู่ประเทศนี้ใหม่ๆภาษายังไม่แข็งแรง การที่ต้องมาดูแลตัวฉันที่ไม่ค่อยได้เรื่องอะไรเท่าไหร่นี่คงจะลำบากคุณกราเซียไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เธอเองก็บอกว่าไม่ถือๆทุกครั้ง ทั้งๆที่ฉันเกรงใจจะแย่อยู่แล้วนะคะ อ่า... จะว่าไปก็เหมือนเป็นพี่สาวคนนึงของชั้นเลยล่ะค่ะ

ก็เมื่อคืนน่ะพวกอาจารย์คนอื่นเขาพากันไปดื่มเหล้ากันตอนดึกๆน่ะสิ ก็ช่วงนี้น่ะมันหยุดยาวเพราะไข้หวัดระบายใช่ไหมล่ะ  แล้วริชาร์ดก็โผล่มาด้วยวงด้วย พวกที่ไปที่นั่นก็มีมาเล่าให้ฟังว่าหมอนั่นพอเมาแล้วก็บ่นเรื่องเธอใหญ่เลย...

 

อึก...

 

จู่ๆก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาด แล้วแบบนี้เรื่องความลับของเรา....

 

 อ...เอ่อแล้ว เขามีพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันบ้างเหรอคะ

ส่วนมากที่ได้ยินมาก็ทำนองว่าเข้ากันไม่ได้เพราะรสนิยมต่างกันเกินไปนั่นแหละ ว่าแต่ก็ไม่ได้พูดแฮะว่ารสนิยมอะไร.......เอ...หรือนี่เธอความจริงแล้วเป็นพวกซาดิสต์ชอบตบตีแฟนตัวเองล่ะเนี่ย

จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงล่ะค่ะคุณกราเซีย!”พอฉันร้องเสียงหลงออกไปแบบนั้นทางปลายสายก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น  อย่างพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิค้า~!

อ่า..แต่ก็โล่งอกไปเปลาะนึงแฮะ..(/ปาดเหงื่อ)...อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าชาร์เขาจะไม่ได้หลุดปากเรื่องของฉันไปซะทุกเรื่อง...

 

 

...งานอดิเรกของเธอน่ะ.... มัน....เกินไป...........ชั้นคงจะเข้ากับเธอไม่ได้หรอก

คำพูดของคุณชาร์เมื่อเย็นวานแว่บขึ้นมาให้หัวฉันอีกรอบ...

 

....พอคิดถึงเขาแล้วก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาซะเฉยๆ...

.........อ่า...นี่สินะคะอาการของคนอกหัก....orz

 

ล้อเล่นน่ะๆ นรินจะเป็นคนแบบนั้นไปได้ยังไงกัน! เห็นเธอร้องเสียงดังแบบนี้ได้แล้วฉันก็พออุ่นใจ อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่คิดฆ่าตัวตายล่ะนะ น้ำเสียงที่ร่าเริงและอบอุ่นของคุณกราเซียดังลอดผ่านสายโทรศัพท์มาเรียกสติสติงที่เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวให้กลับมารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง อ่า จะใจลอยอะไรนักหนานะเรา

 

หวา...ฆ่าตัวตายเลยเหรอคะ!? อ่า..นั่นมันก็เกินไปนะคะ

ก็นั่นน่ะสิๆ ฉันเห็นว่านรินเองไม่ค่อยสนิทกับใครก็เลยคิดว่าอาจจะคิดสั้นขึ้นมาก็ได้ เพราะมาอยู่ไกลจากบ้านด้วยนี่นา แต่ได้ยินเธอพูดแบบนี้ก็แสดงว่าไม่มีอะไรแล้วจริงๆนั่นแหละ

 

อ่า ฉันจะตายได้ยังไงล่ะคะ ต้องรอดูมูฟวี่ของอีเดนฯ ดีเคดก็ยังโหลดไม่เสร็จเลย บลีชก็ยังไม่รู้ว่าตกลงจะยืดไปอีกถึงเท่าไหร่ แถมพระเจ้าตอนใหม่ก็เริ่มแรนด้อมฉายแล้วด้วย ถ้าตายไปตอนนี้ล่ะตายตาไม่หลับแน่ๆเลย

 

....แต่ก็ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เหตุผลแบบนั้นจะบอกเขาไปได้ยังไงกันล่ะ....อึก...

ก็ตอบปฏิเสธไปตามน้ำนั่นล่ะค่ะ...

 

นั่นน่ะสิคะ ฉันน่ะไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ

นั่นสินะๆ อ่า ผู้ชายน่ะงี่เง่าไปเองล่ะนริน อย่าไปคิดมาก เอ...พูดอย่างนั้นก็ออกจะเกินไปนะคะคุณกราเซีย....แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรไปแฮะ .........ว่าแต่ไหวไหมน่ะ ให้ฉันไปอยู่เป็นเพื่อนไหม?

อ...เอ๋..ไม่ต้องหรอกค่ะๆ เกรงใจ ...อีกอย่างถ้าเกิดมาเห็นห้องฉันน่ะคงจะไม่เหมาะนักหรอกนะ...

ฉันมองไปตามชั้นวางของที่มีหนังสือการ์ตูนกับฟิกเกอร์วางเกลื่อน ทั้งปลอกหมอนผ้าปูเตียงก็เป็นลายพร้อย....ผนังก็แปะเต็มไปด้วยโปสเตอร์...ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นไปได้ยังไงแต่ว่ารู้ตัวอีกทีก็ห้ามใจไม่ไหวซื้อมาซะแล้วล่ะค่ะ อ่า ฉันนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ........แบบนี้ให้ใครมาเห็นไม่ได้เด็ดขาด!...ต่อให้เราต้องแห้งตายอยู่ในนี้ก็เถอะ!.....หวังว่าคงไม่เป็นอย่างนั้นนะ...

 

ใจแข็งเหมือนเดิม ทุกคนก็เป็นห่วงเธอกันนะนริน

...อ่า...ไม่หรอกค่ะๆ อย่างฉันน่ะ...

 ฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยออกสังคมสักเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยจะมีเพื่อน...เรื่องแบบนี้ตัวฉันเองรู้ดีที่สุดนั่นล่ะค่ะ จะมีใครมาเป็นห่วงเรากันเล่า โธ่...

จะคิดอย่างนั้นก็เอาเถอะๆ ว่าแต่ไม่เป็นไรจริงๆนะ?

ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ

แน่นะ

น...แน่สิคะ..

...คุณกราเซียถอนใจอีกแล้ว อ...อะไรกันค้า...

จากนั้นทางนั้นก็เงียบไปสักพัก....

 

นี่นริน เธอสนใจจะย้ายโรงเรียนดูบ้างไหม?

 

เห!!!?”

...เดี๋ยวสิๆๆ

โรงเรียน เซนต์ ไอเรียนนา เขาต้องการครูเพิ่ม...ตั้งอยู่ที่เมืองบลอดเวน...เมืองท่าแถวๆชายทะเลนั่นน่ะ เห็นเขาว่ามีครูของเขาลาออกไปกลางคัน ครูสอนศิลปะกับอาจารย์ประจำชั้นเลยไม่พอ โรงเรียนเราไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรณ์ทางนั้นเลยติดต่อมา แต่ว่าตัวฉันเองก็สอนวิทยาศาสตร์ เลยคิดว่าเธออาจจะสนใจ...

อ่าๆๆ ด..เดี๋ยวสิคะ ถึงจะเป็นแบบนี้แต่ว่าถึงขนาดย้ายที่ทำงานมันก็...

ที่โรงเรียนนั้นเขาก็ขอร้องมาเอง เมืองที่นั่นก็บรรยากาศดีด้วยนะนริน ติดทะเล ใกล้ป่า ...ถึงจะไม่ค่อยสะดวกเรื่องพวกสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆทันสมัยสักเท่าไหร่ แต่ฉันว่าเธอน่าจะชอบนะ...คุณกราเซียเว้นจังหวะไปนิดนึง

อีกอย่างถ้ายังทำงานที่นี่อยู่เธอก็ต้องเจอเขาทุกวันด้วย...

อึก...

 

คำพูดของคุณกราเซียแทงใจฉันเข้าเต็มๆ

 ตอนนี้คนที่ฉันไม่อยากจะต้องเผชิญหน้าด้วยมากที่สุดก็คือชาร์นั่นล่ะค่ะ....ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำหน้ายังไงถ้าต้องเจอหน้าเขาอีก จะวางตัวยังไงหรือจะพูดยังไงดี ตอนนี้ฉันเองก็ทำตัวเป็นปกติไม่ได้ซะแล้วสิ....ก็คบกันมาตั้งสามปีนี่นา...

แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...

แต่ว่า...แล้วนักเรียน..

ถ้าไปหลังมิดเทอมจะให้อาจารย์คนอื่นสอนต่อก็ไม่ขาดช่วงหรอก อีกอย่างโรงเรียนเรามีนิสิตฝึกสอนอยู่แล้ว คงไม่ลำบากมากมายนัก ตอนนี้ที่ลำบากคือทางนั้นที่กำลังขาดแคลนครูนะ

 

....เงียบกันไปอีกครั้ง...

 

สงสัยว่าฉันจะเงียบไปนาน คุณกราเซียเห็นท่าไม่ดีก็เลยพูดทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ไม่เป็นไรนะนริน ยังไม่ต้องคิดมาก ยังไงถ้าเกิดจะย้ายก็ต้องรอให้จบมิดเทอมซะก่อน มีเวลาอีกเกือบเดือนยังไงก็คิดให้ดีๆนะ...อ้อ! เห็นเขาว่าที่เมืองนั้นตอนนี้กำลังมีจัดนิทรรศการด้วย รู้สึกวันนี้จะวันสุดท้ายแล้วล่ะ

เอ๋..? นิทรรศการ..?

อื้ม...เป็นงานวัดแบบญี่ปุ่นน่ะ ที่นั่นมีชาวต่างประเทศย้ายเข้าไปเยอะเลยมีงานเทศการของแต่ละประเทศปนๆกันไม่น้อยเลย นรินมาจากเมืองไทยใช่ไหมล่ะ มีคนไทยเยอะด้วยนะ! ถ้าไปที่นั่นน่าจะเจอคนที่มาจากประเทศเดียวกันเยอะอยู่ ยังไงก็ลองไปดูสิ ลองไปดูก่อนจะได้รู้ยังไงล่ะว่าชอบรึเปล่า

 

งานวัดแบบญี่ปุ่นงั้นเหรอ มาจัดในเมืองสไตล์ยุโรปคงจะเข้ากันดีพิลึก ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ อ่า... น...น่าสนใจอยู่หรอก...แต่ว่าถ้าจะให้ไปในสภาพแบบนี้....

ไม่รู้สินะ ง่า..... ตอบรับไปก่อนก็แล้วกัน

 

อ่าค่ะ...จะลองคิดดูนะคะ

ดีแล้วล่ะๆ งั้นต้องขอตัวไปทำธุระก่อนนะนริน วันนี้มาทำธุระที่โรงเรียนน่ะ

อ้าว ถ้างั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้งั้นเหรอคะ..?

โทษทีนะๆ เธอคงต้องไปเองแล้วล่ะ วันนี้ไม่ว่างจริงๆ...ยังไงก็ลองไปคิดๆดูนะ

...อ...อ่าค่ะ...

ดูแลตัวเองดีๆล่ะรู้ไหม ผู้หญิงน่ะยังไงก็ต้องรักตัวเองไว้ก่อนรู้ไหม

...ค...ค่ะ..  จะว่าไปคุณกราเซียชักจะเหมือนคุณแม่มากกว่าพี่สาวแล้วนะคะเนี่ยยย...

งั้นก็แค่นี้ล่ะ เดี๋ยวไว้จะโทรไปหาอีกนะ

ค่า

 

ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด.....วางสายไปซะแล้วแฮะ...

 

ฉันจ้องมองหน้าจอลายกิโรโระบนมือถือของตัวเองสักพัก ก่อนจะล้มตัวลงกับพื้นห้องที่เกลื่อนไปด้วยกระดาษทิชชู่ใช้แล้ว....ทำไมถึงไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้ากันนะ เรานี่มันตัวการโลกร้อนจริงๆเลย....ฉันต่อว่าตัวเองไปในใจอย่างนั้นด้วยเพราะไม่รู้จะทำอะไรทดแทนความรู้สึกหงุดหงิดตัวเองนี่ดี...

 

....พระเจ้าคะ...ฉันควรจะทำยังไงดี...ถ้าเป็นพระเจ้าโดนบอกเลิกก็คงจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรสินะคะ....ฉันไม่ใช่พระเจ้านี่นา...อย่างมากก็เป็นได้แค่คนธรรมดาเหมือนตาเคียวน์นั่นล่ะค่ะ.....

...ไม่สิๆ.....ถ้าเป็นพระเจ้าละก็....ถ้าพระเจ้าโดนบอกเลิกต้องปล่อยยักษ์สีฟ้ามาอาละวาดในมิติปิดแน่ๆ โลกอาจจะถึงกาลอวสานก็ได้.........

 

....

 

..........อ่า......ทำไมถึงมานั่งคิดอะไรแบบนี้ในเวลาแบบนี้นะ....เรานี่โดนบอกเลิกก็ยังไม่เข็ด....แบบสมควรแล้วที่เขาจะทิ้งเราไป....อึก.....ชาตินี้สงสัยจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิตแน่ๆค่ะ.....ทำไมชีวิตฉันถึงได้สิ้นหวังแบบนี้ ไม่นะ สิ้นหวังแล้ว------...เซ็ทซึโบะ ชิต่า-----

 

สลัดหัวไล่อาการฟุ้งซ่านไปสองสามที ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นไปเปิดคอม หาอะไรอ่านหน่อยดีกว่า สูบแฟนอาร์ตในยาราไนโกะดีไหมนะ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่านมากเรื่องนี้...อึก..

 

อ๊ะ! ตั้งเอ็มออนอัตโนมัติไว้ จู่ๆก็ออนให้เสร็จเลยแฮะ อ่า... พี่โอกับแจมจังออนอยู่นี่นา

 

ตึ่ง ตึง ตึ๊ง!

 

ไม่ทันไรก็โดนลากเข้าห้องรวม ฝีมือแจมจังจอมลากแหงมๆ...

 
O-tan
: วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
ว่าไงรินตั้นนนน


~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
พี่หริ่นริ้นนนนนนน
เป็นไงบ้างเน้ เห็นว่าเมื่อวานแฟนชวนไปทานข้าว เขาขอแต่งงานแล้วอ๊ะยางงง

 

ฉึก!

 

....ราวกับมีมีดสีดำซัดปักเข้ากลางอก.............คำถามของแจมจังจี้ใจดำฉันเข้าอย่างจัง! (ถ้าเกิดเป็นการ์ตูนต้องมีแบ็คกราวน์เป็นรูปสายฟ้าฟาดเปรี้ยงสินะคะ)

ฉันนิ่งชั่งใจไป ....จะบอกยังไงดีล่ะ....

คำนวนสะระตะวกไปวนมาในหัวสักพัก....สุดท้ายก็สรุปว่า....บอกไปตรงๆนั่นแหละเนอะ...

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
.....เขาขอเลิกแล้วล่ะค่ะ....

 

น่าแปลกทั้งที่เป็นแค่หน้าต่างเอ็มที่ไม่เห็นหน้าคนที่คุยด้วย แต่ทำไมพอกดเอนเทอร์ส่งประโยคนี้ไป บรรยากาศถึงได้วังเวงขึ้นมาซะงั้น...

จากนั่นตัวหนังสือที่แสดงว่าทั้งสองคนกำลังพิมพ์อะไรอยู่ก็ปรากฏขึ้นแทบจะพร้อมกัน...ฉันเหมือนจะรู้ได้ในทันทีจากประสบการณ์ที่คบกับทั้งพี่โอและแจมจังว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น...

 

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
อะไรกันนนนน!!!
เจ้าดาวหางแดงนั่นบังอาจมาทำนู๋รินของพวกเรา!!!
มันอยู่ที่ไหนนนน!!!!
พี่จะเอาดริลทะลวงหัวมันนน!!!!!!
ทะลวงไปถึงสรวงสวรรค์
~~!!!!!!!!!!

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
อ้าวไหงงั้นล่ะพี่ริน!
เฮียโอใจเย็นก๊อนนนนนน
~~=[]=lll~~!!!

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
เย็นไม่ได้แล้ววววว พี่จะบินไปหาหนูรินนนน
~~!!!

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
มีตังพอรึเปล่าเห้อออ ข่าวว่ากินแกลบไม่ใช่เหร้อเฮีย

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
Orz…..ก็เน็นโดรอยตัวใหม่มัน...

 

ทั้งหมดนี่จู่โจมย้อมหน้าต่างการสนทนาสีขาวให้เกลื่อนไปด้วยตัวอักษรและอีโมติค่อนด้วยเวลาเพียงไม่กี่วิ พายุเอ็มดีๆนี่เอง......

ฉันอ่านแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ พอจะทำให้หายเครียดไปนิดนึงล่ะนะ เพื่อนๆของฉันที่เว็บบอร์ดก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งค่ะ คุยกี่ครั้งๆก็ไม่เปลี่ยนจริงๆ

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ไปคุยเองซะแล้ว...ชั้นมันเป็นส่วนเกินสินะคะ...(/กระซิก)

 

นึกสนุกขึ้นมาก็พิมพ์น้อยใจติดตลกไปบ้าง

 

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
โถวววว นู๋รินนนนนนน~~~ พวกเค้าปล่าวคิดงั้นน้า
~~ /กอดๆๆ
โอ๋ๆๆ แต่ช้าแต่
~

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
ดูดิ พี่รินงอนแล้วเห็นม้าย
!

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
โฮวววว เค้าขอโต้ดดดดด

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
แล้วพี่รินเป็นไงมั่งอ่ะงิ โอเคป๊าว..?

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ล้อเล่นน่ะๆ^ ^
สบายดีจ้า

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
เค้าขอโต้ดจริงๆน้า-----

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ง่ะ...พี่ใจเย็นๆเน้อ รินโอเคแล้ว(/ปาดเหงื่อ)

 

ฉันใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีบอกพี่โอว่าชั้นไม่เป็นไรแล้ว โธ่...พี่โอคะ....ฉันก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเองน่า อ่า...จากนั้นทั้งสองคนก็ถามชั้นต่อว่าเป็นอะไรมากไหม คล้ายๆคุณกราเซียนั่นล่ะค่ะ

 

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
เมื่อคืนร้องไห้รึเปล่าง่ะ?

 

แจมจังชอบถามอะไรจี้ใจดำอยู่เรื่อยเลย...อึก

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
อึก...ก็ร้องนิดหน่อยน่ะ

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
มีไประบายที่ไหนรึเปล่าพี่? ดื่มเหล้า? กินช็อคโก้ย้อมใจอะไรงี้

ปิ๊กโกริ้น~ says:
อ่า....
เล่นมาริโอ้โต้รุ่งจบไปรอบนึงค่ะ...
orz

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
พรืดดดด

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
555+
สมแล้วที่เป็นคนที่เอาชนะชั้นได้
~~~!!!!
/ชูนิ้วโป้งเยี่ยมกู๊ด

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
พี่รินนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ
555+

 

ดูสิขำกันใหญ่แล้ว...อะไรกั๊น~!

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ใช้ซี้ พี่มันประหลาด...orz
โดนเขาบอกเลิกก็สมควรแล้ว...
TTwTT

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
ถดโถว พี่ริน /ตบบ่าๆ

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
โถ

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ชาตินี้คงไม่ได้เป็นเจ้าสาวแล้วล่ะค่ะ...TTwTT

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
เอาน่าๆ ผู้ชายมันก็งี่เง่างี้แหละ มีสาวแว่นสุดยอดอยู่ข้างตัวไม่เห็นคุณค่า ไม่ต้องไปเอามันหรอก!
มาแต่งงานกับหนูดีกว่า
! /กอด

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
มีผู้ชายคนนึงนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้นะลูกแจม
TT[]TT

ปิ๊กโกริ้น~ says:
โธ่...พี่โอ /หัวเราะ

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
อย่างพี่โอน่ะ ไม่นับๆ
เพราะพี่โอ
ไม่เต็ม

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
นู๋วแจ๊มมมมมมม...
TT{}TT~~~!!!! (/วิ่งไปแขวนคอ)

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
/โดดดึงขาเฮียโอ

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
/กิ่งไม้หักตกลงมา...
อั่ก...
ถ้าชั้นตายขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง
!!!
 (/สีหน้าจริงจัง)

ปิ๊กโกริ้น~ says:
555+

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
ก้ากกกกก
รับมุขคล่องเชียวน้า
~! (/ตบตี)

 

คุยกับทุกคนแล้วผ่อนคลายจริงๆ อ่า....คิดยังไงไม่รู้เลยลองพิมพ์ปรึกษาเรื่องย้ายโรงเรียนไป ถึงจะยังไม่ค่อยมั่นใจก็เถอะ...แต่ก็อยากบอกให้ใครสักคนรู้น่ะนะคะ

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
มีอาจารย์ที่โรงเรียนคนนึง ชวนให้ชั้นย้ายไปโรงเรียนอื่นด้วยล่ะค่ะ
อยู่ถัดไปสองเมือง

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
โห...เพราะเรื่องอกหักเนี่ยอะเหรอ?

ปิ๊กโกริ้น~ says:
เปล่าๆๆ เพราะทางนั้นขาดครูด้วยน่ะจ่ะ
ไม่รู้เหมือนกันเนี่ยว่าจะย้ายดีรึเปล่า ลังเลๆอยู่..
orz

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
แล้วเมืองนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะงิ?

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
มีเมดคาเฟต์ไหม?

ปิ๊กโกริ้น~ says:
เห็นเขาว่าเป็นเมืองท่าติดทะเล บรรยากาศดีไม่ค่อยมีรถน่ะ..พี่เองก็ไม่เคยไปเหมือนกัน
จะไปมีได้ยังไงล่ะคะพี่โอ
! 555+

 

พี่โอเป็นคนที่ปล่อยมุขได้ทุกสถานการณ์จริงๆค่ะ

 

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
ถ้าอย่างนั้นก็น่าไปออกนะพี่ริน
!

ปิ๊กโกริ้น~ says:
อ่า...จะดีจริงๆเรอะ...orz

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
อ้าว ทำไมล่ะพี่ริน ทำไมถึงไม่อยากไปล่ะ แจมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีข้อเสียตรงไหนเลยนี่

 

ฉันกลืนน้ำลายฝืดๆลงคอไป

 

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
ก็แบบนี้มันรู้สึกเหมือนว่า กำลังหนีอยู่เลยนี่นา

 

สุดท้ายก็พิมพ์ออกไปจนได้

ถึงจะเหมือนไม่ค่อยคิดอะไร แต่ความจริงชั้นก็รู้สึกหงุดหงิดใจลึกๆ ว่าที่ฉันถ่อมาทำงานถึงที่นี่ ความจริงเป็นเพราะหนีจากประเทศไทยรึเปล่านะ

หนีจากคุณพ่อ หนีจากสังคมที่โน่น

ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ไม่อยากจะถูกตราหน้าว่า เป็นคนที่หนีปัญหา ไปตลอดชีวิตหรอกนะคะ!

มันน่าเจ็บใจ....

ถึงจะไม่รู้ว่าจะมีทางเลือกไหนดีกว่านี้ก็เถอะ..

 

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
อย่าคิดว่ามันคือการหนีสินู๋ริน

 

เอ๋...

 

ปิ๊กโกริ้น~ says:
เอ๋...

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
นี่น่ะ เป็นโอกาส
ที่จะให้เราได้ เริ่มต้นใหม่ต่างหากล่ะ
!
ได้ไปอยู่ในที่ใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆ
เรื่องอดีตของเจ้าน่ะจงลืมมันไปซะ
!
ต่อไปนี้น่ะเป็นยุคแห่งอนาคต!
จงเดินต่อไปข้างหน้าและอย่าได้เหลียวหลังกลับมาอีก!
อนาคตที่สดใสของนู๋ริน
~~!!!

~_-+*J@M-Zaa*+-_~ Don’t Say Lazy~_ says:
โหว...เฮียโอโชว์พาว *0*!
พูดอะไรดีๆก็เป็นเหมือนกันนี่นา
!!!

O-tan : วิถีแห่งจิตวิญญาณ says:
นู๋ริน โกๆ
~~!!!!! (/ย้ากกก)

ปิ๊กโกริ้น~ says:
พี่โอ...

 

ขอบคุณมากนะคะ.. ฉันพึมพำเบาๆกับตัวเอง รู้ว่ายังไงอีกสองคนคงไม่เห็นหรอกค่ะ อ่า....จู่ๆฉันก็ยิ้มขึ้นมา

นั่นสินะ...

เป็นโอกาสของเราสินะคะ...

 

แบบนี้ต้องลองดูสักตั้งแล้วล่ะ!

 

******************

 

หลังจากที่ปิดคอม เก็บกวาดซากอารยธรรมตามพื้นห้อง อาบน้ำแต่งตัวและกระเดือกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงท้องกันหิวไปหนึ่งซอง ฉันก็เตรียมตัวออกเดินทางค่ะ

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ทั้งอาทิตย์นี้โรงเรียนที่ฉันทำงานอยู่หยุดการเรียนการสอนค่ะ เป็นเพราะไข้หวัดที่กำลังแพร่ระบาดอยู่นั่นล่ะค่ะ อันตรายจริงๆ ความจริงก็ไม่ค่อยดีหรอกนะคะเพราะว่าเป็นแบบนี้เอาบ่อยๆจะเรียนไม่ทันมิดเทอมกัน แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันล่ะค่ะ พวกเด็กๆดีใจหน้าบานกันออกนอกหน้าเลยเชียว อาจารย์ถึงจะมีบ่นๆอยู่บ้างแต่ก็คงรู้สึกดีใจลึกๆที่มีวันหยุดพักผ่อน...ในสถานการณ์ที่ฉันคิดจะเดินทางข้ามเมืองไปเที่ยวแบบนี้ คงถือว่าเป็นโชคดีแล้วล่ะมั้ง..?

ฉันยืนอยู่หน้ากระจก พยายามลูบๆเส้นผมที่ชี้โด่เด่ไม่เป็นทิศให้เรียบลง แต่ทำยังไงก็ดูจะไร้ผล....อ่า...มันชอบเด้งไม่เข้าทรงแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ ไม่รู้จริงๆค่ะว่าเป็นอะไรของมันของมันกันนักกันหนา เฮ้อออ....มองกระจกอีกทีก็รู้สึกว่าขอบตาตัวเองมันคล้ำๆแดงๆ ถึงจะล้างหน้าแล้วแต่เมื่อคืนก็อดนอนแถมนั่งจ้องจอทีวีทั้งคืนเลยนี่นา น้ำตาก็ร้องออกมาเสียจนไม่เหลือสักหยด หน้าตามันถึงได้ออกมาโทรมแบบนี้ เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ กระโปรงยาวเสื้อเชิ้ตแจ็กเก็ตเหมือนที่ใส่ไปสอนทุกวันนั่นล่ะ ก็ฉันเองก็ไม่มีชุดสวยๆใส่กับเขาซะด้วย ไปเดินงานในสภาพแบบนี้นี่มัน....ปั๊ดโธ่ว...

แต่ก็ตัดสินใจไปแล้ว...

เอาล่ะ..สู้ๆ! นริน โกๆ!” ฉันใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างตบป้าบเข้าที่แก้มตัวเองเป็นการเรียกแรงฮึด เผลอกระแทกโดนขาแว่นตัวเองนิดหน่อยเจ็บอยู่เหมือนกันค่ะ อึก.... แต่ก็เอาเถอะน่า!

มองดูนาฬิกาตอนนี้ก็เวลาสิบโมงพอดี ฉันเอื้อมมือคว้ากระเป๋าย่ามยีนส์ที่วางไว้ขึ้นสะพายบ่า ไม่ลืมที่จะหันไปหา Excellent Model คุณหนูซาโอริ ที่วางอยู่บนหิ้ง

 

....เทพีอาเธน่า เทพีแห่งชัยชนะ ช่วยเป็นพลังให้ฉันด้วยนะคะ!....

 

....แหม....ทำอย่างกับว่าจะบุกลงไปวิหารใต้สมุทรเลยนะเนี่ย ไม่ได้จะไปทำลายเสาค้ำมหาสมุทรซะหน่อย เว่อร์ไปได้เรานี่....ว่าแล้วก็เขกหัวตัวเองไปซะหนึ่งโป๊กโทษฐาณฟุ้งซ่านไม่รู้เวลา

วิธีการที่ฉันใช้เดินทางไปบลอดเวนก็ทางรถประจำทางนี่ล่ะค่ะ หลายต่อหน่อยแต่ก็ต้องทนเอาค่ะ จะให้นั่งแท็กซี่มันก็แพงซะจนไม่กล้านั่ง ถึงจะสะดวกสบายกว่าหลายขุมก็เถอะ....ก็ฉันไม่ได้มีเงินเก็บมากมายนักนี่คะ รู้ตัวอีกทีก็ละลายไปกับบรรดาของสะสมหมดแล้วเนี่ย

เพราะว่าระหว่างเมืองที่ฉันอยู่กับเมืองบลอดเวนนั้นมีเมืองอีกเมืองกับคั่นอยู่น่ะค่ะ  เลยใช้เวลาในการเดินทางมากอยู่ ก็นั่งรถประจำทางตุเลงๆหัวสั่นด๊อกแด๊กไปพักใหญ่ แล้วก็เปลี่ยนสาย นั่งต่อไปอีก...

...กว่าจะถึงเมืองบลอดเวนก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะโทรมลงอีกหนึ่งออคเต็ป....อึก...

 

เมืองบลอดเวนนี่ต่างกับเมืองที่ฉันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว เมืองที่ฉันอยู่น่ะ จะมีรถมากกว่าแล้วก็มีตึกสูงมากกว่าบลอดเวนเยอะเลย ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยถึงขั้นเมืองหลวงอะไรหรอกนะคะ แต่ว่าค่อนข้างอึกทึกน่ะค่ะ ผู้คนไม่ค่อยจะสนใจกันสักเท่าไหร่ แต่ว่าที่นี่น่ะ เห็นหลังคาโบสถ์ชัดมาแต่ไกลเลยเชียว

 

...ดูสงบดีจังเลยนะ...

 

ว่าแล้วก็สูดอากาศเข้าเต็มปอด รู้สึกเหมือนได้มาพักร้อนชอบกล

ไม่มีกลิ่นควันด้วย.....ฉันพึมพำเบาๆกับตัวเองอย่างทึ่งๆ อ่า...จะว่าไปแล้วบลอดเวนเป็นเมืองท่าสินะ เมืองท่าก็ต้องติดทะเลด้วยสินะ มิน่าอากาศถึงได้สดชื่น ต้นไม้ก็เยอะด้วย ดีจัง...ดีจังเลยนะเมืองแบบนี้

ตึกรอบๆก็มองไปแล้วเหมือนเป็นเมืองแบบย้อนยุคนิดๆเลยล่ะ อ่า แบบนี้เหมือนหลุดมาในนิยายเลย นึกถึงประเทศอิตาลี่จังเลยน้า...เอ...งั้นคนที่เมืองนี้ก็ต้องมีจงอยสินะคะ

......

....ไม่สิ เกี่ยวกันตรงไหนล่ะเนี่ย ปั๊ดโธ่ว....

 

ฉันยกมือขึ้นกุมขมับ สลัดความคิดประหลาดๆในหัวออกไปเป็นรอบที่สิบของวันได้แล้วกระมัง อ่า ไม่ใช่เวลาจะมาคิดอยู่นะ! ตอนนี้ต้องเดินหาว่าเขาจัดงานวัดกันอยู่ที่ไหนตะหากล่ะ!

คิดได้อย่างนั้นก็เริ่มออกเดินค่ะ ฉันเดินข้ามสะพาน ผ่านหน้าตึกที่ดูเหมือนจะเป็นอพาร์ตเมนต์กับบ้านหลังใหญ่ๆไป เดินไปตามถนนไปเรื่อยๆ...

 

...เอ.....

....ทำไมไม่เห็นมีบูทอะไรเลยล่ะเนี่ย...

 

เดินมาถึงลานกว้างที่เหมือนจะเป็นจัตุรัสกลางเมืองแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของงานวัดเลยล่ะค่ะ ถึงจะเห็นพวกธงกับไปประดับโยงไว้เหนือหวก็เถอะนะ...เอ...เมืองนี้ก็ไม่ค่อยกว้าง แล้วทำไมถึงหาไม่เจอล่ะเนี่ย ความจริงถ้าเกิดจะจัดงาน ก็ต้องจัดตรงนี้สิน่า

ฉันเดินเตาะแตะเคว้งคว้างไปรอบลานกว้าง ตรงไปที่น้ำพุงกลางลานเหมือนแมลงหวี่ที่ถูกแสงนีออนดึงดูด อย่างน้อยก็อยากมีอะไรสักอย่างให้ยึดเกาะเป็นสรณะมากกว่าเดินลอยไปลอยมาล่ะนะคะ อ่า...มีคนเดินๆไปมาอยู่เหมือนกันแต่ไม่มากนัก ถามชาวเมืองดูจะดีไหมเนี่ย อ่า

ลองถามดูก็แล้วกันนะ กึกๆๆ

ฉันมองหาชาวเมืองที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้น ถามคนที่ท่าทางดูใจดีหน่อยก็แล้วกันนะคะ....เอ....อ่า! เด็กสาวคนนั้นไง คนที่ผมสีน้ำตาลยาวๆหน้าตาน่ารักคนนั้น อ่าๆๆ คนนี้แหละๆ น่าจะใจดี.....ว...หวังว่านะ

ความจริงแล้วฉันเองก็ไม่ใช่คนที่มีความกล้ามากสักเท่าไหร่ แค่รวบรวมสติเปล่งเสียงเรียกเธอคนนั้นออกไปได้ก็ต้องใช้เวลาบิวด์อยู่พอสมควรล่ะค่ะ

อ...เอ่อ คือ ขอโทษนะคะ

เรียกไปแล้วแฮะ เรียกไปแล้วล่ะค่ะ...อาอาอาอาอา...

คะ?

เธอหันมาแล้วล่ะค่ะ! หันมาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้มใจดีที่คลี่อยู่บนใบหน้า น..น่ารัก...น่ารักจังเลย! อ่า...ออร่าวิ้งๆนี่มันอะไรกัน อย่างกับว่ามีแบ็คกราวน์เป็นลายดอกไม้บานสะพรั่งผุดขึ้นมาเลยอ่ะ พอเทียบกับตัวเราแล้วเรานี่มันช่างโทรมเหมือนตอไม้แห้งๆแล้งน้ำแล้งใบจริงๆเลยน้า......อ่า...ว่าเข้าไปนั่น......

คิดไปคิดมาเริ่มนึกตำหนิตัวเองในใจ.... นี่เราชักจะฟุ้งซ่านเกินไปแล้วนะ! อ่า...ตอนนี้ต้องถามสิ่งที่สงสัยอยู่ก่อนสิ!

เอ่อ คือว่า.. ฉันเริ่มประโยค ก่อนจะยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ รู้สึกอายๆชอบกลที่ต้องมาถามทางกับคนที่ดูเหมือนอายุน้อยกว่าแบบนี้ ได้ยินว่าที่นี่มีจัดงานวัด...เอ่อ...แต่ฉันไม่ค่อยรู้ที่รู้ทาง...ก็เลยไม่รู้ว่าจัดอยู่ที่ไหนน่ะค่ะ...อ่า...ถ้ายังไง...ก็อยากจะทราบ สถานที่จัดงานน่ะค่ะ...

ทำไมถึงได้ตะกุกตะกักแบบนี้ล่ะเนี่ย!  โฮววว...

เอ๋... นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ งานวัดน่ะจัดที่จัตุรัสนี่ล่ะค่ะ แต่ว่าจัดช่วงเย็นๆ ตอนนี้ยังบ่ายอยู่เลย กว่าจะออกมากันก็ประมาณหกโมงล่ะมั้งคะ

เห~!?

เพล้งงง!

เหมือนกับได้ยินเสียงเศษหน้าที่แตกกระจายของตัวเองร่วงกราวลงไปกับพื้นเลยล่ะค่ะ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บทีเดียว

...ไอ้เราเองก็นึกว่าจัดทั้งวันซะอีก!....

อ่า...มาคิดดูอีกที..นั่นน่ะสิถูกของเขา! งานวัดบ้านไหนจะมาจัดกลางวันแสกๆแบบนี้ล่ะปั๊ดโธ่ว เห็นการ์ตูนกี่เรื่องๆก็จัดตอนมืดๆไม่ใช่รึงายยย อ่า บ้าเอ้ยนรินน บ้าเอ้ยยย...

ฉันได้ยินเสียงกลั้นหัวเราะคิกดังแว่วมา อ่า เด็กสาวคนที่ฉันถามทางนั่นเองล่ะค่ะ คุณเป็นนักท่องเที่ยวสินะคะ ถึงว่าหน้าตาไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่ จะไม่รู้ก็ไม่แปลกอะไรหรอกค่ะ อย่าคิดมากเลย

อ่าค่ะ...ความจริงแล้วฉันเองก็ผิดนิดหน่อยที่ไม่ทันได้นึกว่างานวัดต้องจัดตอนกลางคืน.....อ่า....หกโมงสินะคะ...

ราวๆนั้นล่ะค่ะ ประมาณอีกสาม-สี่ชั่วโมงก็จะเริ่มยกของมาจัดงานกันแล้วล่ะค่ะ

อย่างนั้นสิน้า....อ่า...ขอบคุณมากเลยนะคะ ฉันโค้งให้เด็กสาวคนนั้นปะหลกๆ ถ้าไม่ได้เธอคนนี้เราคงจะเดินหาอย่างไร้จุดหมายไปอีกนานเลยทีเดียว

เด็กสาวผมสีน้ำตาลคนนั้นยังคงแย้มรอยยิ้มสดใสกลับมาเหมือนเคย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เป็นหน้าที่ของอาร์มอยู่แล้ว....อ๊ะ! จริงสิ ก่อนหน้าที่จะมาเดินชมงานยังไงก็ลองเดินเที่ยวในเมืองก่อนสิคะ จะไปเดินเที่ยวชายหาดหรือว่าดูสวนดอกไม้ หรือว่านั่งเล่นในสวนสาธารณะก็ดีนะ! ถ้ายังไงต้องการไกด์สักคนไหมล่ะคะ? ช่วงนี้อาร์มยังว่างๆจะได้พาเดินเที่ยวชมให้รอบเมืองเลย~”

ม...ม่ายย ไม่ดีกว่าค่ะ เรื่องไกด์น่ะค่ะ อย่าให้ต้องลำบากเลยค่ะ.... ฉันรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน แค่ถามทางนี่ก็เกรงใจจะแย่แล้วล่ะค่ะ! อ่า ถ้ายังไงฉันจะลองเดินเล่นดูเมืองเองรอเวลาที่งานวัดเริ่มก็แล้วกันนะคะ

อย่างนั้นเหรอคะ เธอดูเหมือนจะเสียดายอยู่หน่อย แต่แล้วก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง อ่า เจิดจ้าเหลือเกิน

งั้นก็...ถ้าเกิดจะไปทะเล ก็ข้ามสะพานเดินตามเส้นทางนี้ไปแล้วเลี้ยวตรงตลาดนะคะ หรือว่าถ้าเกิดอยากไปเดินเที่ยวสวนสาธารณะ เธอชี้มือไปยังถนนใหญ่อีกเส้นที่เชื่อมกับจัตุรัส ก็เดินไปตามเส้นทางนี้ พอถึงทางแยกก็เลี้ยวซ้าย พื้นที่แถวนั้นมีฟาร์มตั้งอยู่ติดๆกันเลยล่ะค่ะ ถ้าเดินผ่านสวนสาธารณะไปอีกหน่อยก็จะเป็นทุ่งดอกเชอร์ริล แล้วก็โบสถ์...ยังไงก็เที่ยวให้สนุกนะคะ! บลอดเวนยินดีต้อนรับค่ะ~” เมื่อกล่าวจบเธอก็หันมายิ้มจนตาหยี อ่า น่ารักจังเลย ชาวเมืองที่นี่ใจดีแบบนี้ทุกคนรึเปล่านะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ยอดไปเลยสิน้า...

ฉันก็ยิ้มตอบไปค่ะ(แต่ก็ยิ้มไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่เพราะยังปวดตาอยู่นิดๆเลย แย่จังแฮะ)พร้อมกับบอกว่าขอตัวก่อนก็แล้วกัน โบกมือลานิดหน่อย เธอโบกมือตอบกลับมาด้วยล่ะค่ะ! อัธยาสัยดีจังเลย...

ฉันตัดสินใจว่าจะเดินไปที่สวนสาธารณะค่ะ วันนี้ใส่รองเท้าหุ้มส้นมาซะด้วยเดินทะเลคงจะทุลักทุเลหน่อย อ่า รู้งี้ใส่แตะมาก็ดีสิ...แต่ว่าจะมัวมาเสียดายก็ไม่ได้อะไรล่ะนะคะ ตอนนี้เดินเล่นไปก่อนก็แล้วกัน....เดินไปเพลินๆก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ข้ามสะพาน...อ่า เมืองนี้มีแม่น้ำเยอะจังเลยนะ อย่างกับเวนิสแน่ะ จะว่าไปคล้ายๆอิตาลี่จริงๆด้วยล่ะ ถ้าเกิดมีคนใส่เสื้อลายทาง คัดท้ายเรือล่องตามลำน้ำ ร้องเพลงรักเป็นBGMซะหน่อย ก็จะใช่เลยนะคะเนี่ย!

เดินไปสองข้างก็ขนาบด้วยฟาร์มไก่ฟาร์มวัว เอ...เลี้ยวซ้ายสินะ อ่า! นี่ไงสวนสาธารณะ! ต้นไม้เยอะดีจัง มีสนามเด็กเล่นด้วยแฮะ นั่งฟังเพลงเพลินๆอยู่ตรงนี้คงจะดีนะ...ว่าแล้วก็หย่อนตัวลงนั่นบนม้านั่งสาธารณะ ระหว่างที่กำลังมองเด็กสองสามคนที่เล่นอยู่ตรงสนามเด็กเล่นมือฉันก็ควานหาPSPในกระเป๋าไปด้วย

ฉันเสียบสายหูฟังเข้ากับเครื่อง เปิดเพลงฟังไปก็มองเด็กๆเล่นสนามเด็กเล่นไป เสียงของมิกุจังนี่ถึงจะเป็นเสียงสังเคราะห์แต่พอฟังไปมากๆก็ติดใจเข้าซะแล้วล่ะ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าชอบเสียงแปร่งๆแบบนี้ไปแล้ว

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง อ่า อากาศสดชื่นจริงๆ...

 

ชิงช้าตรงหน้าฉันกำลังแกว่งไกวไปมา...

 

แกว่งไกวไปมา...

 

.

 

.

 

.

 

.

 

จู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจิ้มๆตรงหน้า...

 

เฮือก!!!!!!!

 

ฉันสะดุ้งสุดตัว!!! ม้านั่งสั่นโคลงเคลงจนรู้สึกเสียววาบ...ตอนแรกนึกว่ายังหลับตาอยู่แต่ดูๆอีกทีนี่มันมืดแล้วนี่นา! นี่เราเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่! ไม่สิ... หลับไปนานแค่ไหนกันล่ะเนี่ย!!!! ตายแล้ววว~~!!!

.....อา.....

เสียงที่ดังขึ้นข้างๆทำเอาฉันหันขวับ! หันไปก็เจอเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนนึง เป็นคนที่ปลุกเราเมื่อกี้รึเปล่านะ....ดูแล้วน่าจะประมาณม.ต้นนะคะ ผมดำตัดสั้นหน้าตาง่วงๆแต่งตัวเรียบๆ เขาสะดุ้งนิดๆด้วยล่ะ สงสัยฉันจะหันหน้าเร็วเกินไปรึเปล่านะ!? อะ...ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะจ๊ะหนู มาเจอคนหน้าโทรมๆหันพรึ่บพรั่บแบบนี้คงจะตกใจไม่น้อยเลยสินะ อาอาอาอาอา......เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งเตลิด ตอนนี้ต้องถามเรื่องสำคัญก่อน..

...อ...เอ่อคือ...ต..ตอนนี้กี่โมงแล้วจ๊ะ..

นัยน์ตาคู่โตนั้นเบิกกว้างแสดงอาการตื่นๆเล็กน้อย น..น่ารักจัง! เด็กอะไรน่ารักจังเลย! เขาหันไปหันมาสักพัก ร...หรือว่าไม่มีนาฬิกาล่ะเนี่ย พอหาสิ่งที่จะบอกเวลาได้ไม่เจอเขาก็เอียงคอเล็กน้อยทำท่าครุ่นคิด......ม...โมเอ้!

ราวๆ...สามทุ่มได้ล่ะมั้งครับ

สามทุ่ม!!!!!! ฉันร้องเสียงหลงเสียจนเริ่มรู้สึกว่าเสียงที่หลุดออกมาจากปากมันไม่เหมือนเสียงของตัวเองชอบกล เดี๋ยวสิๆ สามทุ่มจริงๆเหรอเนี่ย! ฉันรีบคว้ามือถือในกระเป๋าออกมาเช็คอีกครั้ง ....เดี๋ยว....เรามีมือถือแล้วจะไปถามเวลาเด็กเค้าทำไมล่ะเนี่ย.....ปั๊ด...โธ่ว....

 

21.13 PM

....อุโซด่า~~~~!!!....

 

ฉันรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยอารามตกใจ นี่หลับไปครึ่งวันเลยงั้นเหรอเนี่ย! เป็นเพราะเมื่อคืนอดนอนแหงๆ!  ส...สามทุ่มแล้ว! แบบนี้งานจะเลิกไปแล้วรึยังนะ อาอาอาอาอาฉันเริ่มลุกลี้ลุกลนด้วยอารามทำอะไรไม่ถูก อยู่ดีๆก็มารับรู้ว่าเวลาผ่านไปเจ็ดชั่วโมงก็เหมือนกับลิงค์ที่ถูกขังไว้ใน Temple of time อยู่เจ็ดปี ต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดานั่นล่ะค่ะ (เอ...เปรียบเทียบแบบนั้นมันออกจะเว่อร์ไปหน่อยไหมนะ..)

เอ่อ..คือว่า...

...?เด็กผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันตั้งใจฟังด้วยความอยากรู้

ถ้าเป็นสองวันก่อนงานจะเลิกสี่ทุ่ม แต่ว่าวันนี้วันสุดท้าย...งานเลยเลิกเที่ยงคืนครับ

 

อ่ะ...

 

จริงเหรอจ๊ะ!!! ฉันร้องถามอย่างมีความหวัง

 

 เด็กคนนั้นพยักหน้าหงึกหงัก อ้า~ ท่านเทพีอาเธน่า ท่านคุ้มครองลูกจริงๆด้วย~ กลับไปถึงห้องเช่าเมื่อไหร่จะรีบปัดฝุ่นอัญเชิญประทับแท่นทองเอาขึ้นหิ้งบูชาทันทีเลยค้า~!

จะว่าไปพอหันไปทางทิศของจัตุรัสกลางเมืองก็เห็นแสงไฟสีส้มๆเหลืองๆสลัวๆอยู่แถบนั้น พร้อมกับเสียงเพลงอึกทึกที่ดังอยู่ไกลๆ แบบนี้ก็น่าจะพอเดาได้แล้วว่างานยังไม่เลิก ทำไมไม่สังเกตให้เร็วกว่านี้ล่ะเนี่ย....หลังจากร่ำลาเด็กคนนั้นอีกประโยคฉันก็รีบสาวเท้าเดินกลับไปที่จัตุรัสทันทีค่ะ

อะ นั่นไงล่ะ เริ่มเห็นบูทขายของแล้วล่ะ!.....ฉันสาวเท้าก้าวให้เร็วขึ้นเมื่อเริ่มเห็นจุดหมาย แสงไฟสลัวข้างหน้ามองๆไปแล้วเหมือนกับหิ่งห้อยที่อยู่รวมกันเป็นฝูงชอบกล

 

และแล้วฉันก็เดินมาถึงค่ะ...

 

เป็นงานวัดแบบญี่ปุ่นของแท้ ถึงแม้ว่าจัดในเมืองสไตล์ยุโรปแต่ก็ดูเข้ากันอย่างประหลาด ฉันเองไม่เคยมางานแบบนี้มาก่อนเลยล่ะค่ะ ส..ไส่ยูคาตะกันด้วย! จริงสิ งานวัดญี่ปุ่นก็ต้องใส่ยูคาตะสินะ...เราลืมไปได้ยังไงเนี่ย จะว่าไปแล้ว ใส่ยูคาตะกันเยอะจริงๆ ผู้ชายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ผู้หญิงนี่แทบจะทุกคนเลยล่ะค่ะ...

พอมาดูตัวเองแล้วมันก็.....อ่า.......ถ้ารู้ก่อนละก็ ไปหาเช่ายูคาตะมาจะดีกว่าไหมนะเนี่ย...

ฉันเดินเข้างานไปเหมือนเพลย์เยอร์ที่เพิ่งเข้าดันเจี้ยนเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีค่ะ อ่า...ร้านนี้ก็น่าสน ร้านนั้นก็น่าเข้าจังเลยน้า...กวาดตามองไปก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนนึงสวมกีโมโนสีขาวลายดอกไม้....อ่า...สวยจังเลย เอ๊ะ หน้ากากจิ้งจอก! น่ารักจัง! อาอาอาอา หันไปอีกนิดก็เจอเด็กผู้หญิงคนนึงเดินกับคุณลุงหนวดเฟิ้ม....เอ๋! เด็กคนนั้นก็ใส่หน้ากากวัวด้วย!

 

แบบนี้แสดงว่าต้องมีร้านหน้ากากขายอยู่ในงานนี้แหงแซะ!

 

ว่าแล้วก็กวาดตามอง ไม่นานเท่าไหร่ก็เจอค่ะเพราะพวกเด็กๆออกันอยู่เยอะทีเดียว

ฉันเดินเข้าไปใกล้แผงขายหน้ากากนั้น คนขายร้องบอกว่าอันละสิบเบน อ่า ถูกจังเลยแฮะ... ม..มีดีเคดด้วย! ตามสถานการณ์จริงๆ! สุดท้ายก็เลยซื้อหน้าดีเคดมาอันนึงค่ะ อ่า อดใจไม่ไหวจริงๆน้า จะว่าไปมองดูอีกทีคนที่ซื้อหน้ากากไรเดอร์ส่วนมากเป็นเด็กทั้งนั้นเลย รู้สึกอายอยู่เหมือนกันแฮะ เอาน่าๆ นานๆทีครั้ง! ไม่ใช่ว่าทุกวันจะได้ปล่อยแก่แบบนี้นี่นะ!

พอคาดหน้ากากไว้บนหัวเสร็จฉันก็เริ่มออกเดินร่อน (ใส่ตรงๆไม่ได้ค่ะ ติดแว่น...) มีร้านขายของกินเยอะแยะเลยแฮะ จะว่าไปวันนี้ก็ได้กินไปแค่มาม่า ยังหิวไส้กิ่วอยู่เลยล่ะค่ะ เลยลองชิมโน่นทีนี่ที ทั้งสายไหม ทาโกะยากิ แอ้ปเปิ้ลเชื่อม น้ำแข็งไส.....

อ่า...จะว่าไปแล้วก็มีร้านขนมแปลกๆด้วย ขนมสนุก น่ะค่ะ ...ฉันลองเสี่ยงดวงครั้งแรกได้ไส้กุ้งแช่บ๊วยไปก็เข็ดขยาดจนไม่กล้าลองอีกชิ้นแล้วล่ะค่ะ ถึงคุณคนขายจะคะยั้นคะยอดูร่าเริงเต็มที่ก็เถอะ ไม่เอาล่ะค่ะไม่ไหวจริงๆ...อาอาอาอาอา..มางานแบบนี้นี่เสียวน้ำหนักขึ้นจริงๆเลยแฮะ

 

เดินๆไปก็เห็นพวกซุ้มเล่นเกมส์เยอะอยู่นะคะ ทั้งปาเป้า ทั้งยิงตุ้กตา

...แต่จะให้ขว้างลูกดอกยิงปืนแบบนั้นก็....ไม่กล้าอ่ะค่ะ (ถึงจะเคยเล่นในเกมมาแล้วก็เถอะนะ...อึก..)

แต่แล้วก็มาเจอซุ้มช้อนปลาทองค่ะ! ความจริงก็เห็นแต่ป้ายอะนะคะเพราะคนมุงกันเยอะน่าดู ไม่รู้เหมือนกันว่ามุงอะไร ก็เลยเข้าไปดูด้วย เพราะฉันเองก็เป็นคนไทยคนนึงถ้าไม่ตามไปมุงด้วยก็เสียชาติเกิดแย่น่ะสิคะ! (ซะงั้นล่ะ...)

ย้ากกกกก ย้ากๆๆๆๆๆ!!!”

เสียงแหลมๆแว่วมาก่อนจะเห็นคนร้องเสียอีก มองไปก็เจอหญิงสาวผมสั้นคนนึง กำลังช้อนปลาทองด้วยความเร็วแบบที่สายตาของคนธรรมดาไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้ทัน! อะ ความเร็วนี่มันอะไรกัน นี่สินะ โลกแห่งความเร็วแสง!!!!!!!

เดี๋ยวสิ เธอคนนี้เป็นเจ้าของร้านแอ้ปเปิ้ลเชื่อมที่เราเพิ่งซื้อไปเมื่อกี้นี่นา แล้วทำไมถึงมาล่าปลาทองแบบนี้ล่ะ ร...หรือว่า จะเอาไปเชื่อมกันนะ! (แบบนั้นก็ติดจะน่ากลัวเกินไปสักหน่อยแฮะ..)

พอหันไปมองคุณเจ้าของร้านก็พบว่าหน้าซีดลงทุกทีๆ อ่า แน่ล่ะค่ะปลาทองถูกสอยไปทีละตัวสามตัวแบบนั้น ในที่สุดที่ช้อนปลาก็ขาด (แอบเห็นคุณเจ้าของร้านถอนหายใจเฮือกเลยล่ะค่ะ) อ่า แต่ว่าปลาที่คุณคนขายแอ้ปเปิ้ลได้ไปก็เยอะโขเลยนะนั่น เอาไปเปิดร้านอีกร้านได้เลยนะเนี่ย...

จะว่าไปฉันก็อยากเล่นบ้างจังเลยนะ อ่าๆๆ

ว่าแล้วก็เข้าไปช้อนกับเขาบ้าง มีเด็กอีกคนนึกมาเล่นข้างฉันเหมือนกันค่ะ...เด็กผู้หญิงผมทองใส่ยูกาตาลายแถบฟ้าขาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม.....ดูเหมือนว่าก็กำลังช้อนปลาอยู่เหมือนกันนะ อ่า เด็กตัวเล็กๆน่ารักจังเลย...อาอาอาอาอา ยังไงตอนนี้สมาธิก็ต้องอยู่ที่ปลาก่อนล่ะนะ!

ความจริงแล้วชั้นก็เคยเล่นช้อนปลาทอง(ในเกม)มาก่อน เหมือนกันนะคะ!

เอาล่ะ ไม่พลาดแน่ ฮึบ!

 

...คิดยังไม่ทันขาดห้วงที่ช้อนปลาก็ขาดไปแล้วอันนึง ....อะฮึก...จะกลั่นแกล้งกันไปไหนคะ!

ข..ขออีกไม้ค่ะ ฉันร้องบอกเจ้าของร้านก่อนจะจ่ายเงินไป อ่า อดไม่ได้จริงๆ พอเริ่มแล้วก็อยากจะช้อนให้ได้สักตัว ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นแบบนี้แต่ก็หลงกลเขาไปประตูแล้วแฮะ

 

เอาล่ะ ตั้งสมาธิๆ

 

ฮึบ!!

 

ได้ขึ้นมาแล้ว ได้ขึ้นมาแล้วล่ะ! แต่ว่าที่ช้อนก็ขาดไปเหมือนกัน อ่า ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างสินะคะ โชคดีจังได้มาแล้ว แค่ช้อนได้ก็รู้สึกดีแล้วล่ะค่ะ อาอาอาอาอา

ฉันส่งขันปลาให้คุณเจ้าของร้านเอาใส่ถุงให้ พอรับมาถือได้ก็ส่องบนส่องล่างใหญ่ อ่า ก็มันตื่นเต้นนี่คะ จะว่าไปเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้มาช้อนปลาทองแบบนี้ รู้สึกภูมิใจจัง เอากลับไปฝากคุณกราเซียดีไหมนะ...

แต่แล้วฉันก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ใช่แล้วค่ะ เด็กผู้หญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มข้างๆฉันนี้เอง

เหมือนจะจ้องกันอยู่นานเหลือเกิน เอ...เอาไงดีนะ

 

เอ่อ....อยากได้ไหมจ๊ะ? เอาไหมล่ะพี่ให้

ในที่สุดก็พูดแบบนั้นออกไปจนได้...

ถึงตอนแรกจะรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่พอเห็นท่าทางดีใจของเด็กคนนั้นแล้วก็รู้สึกดีมากเลยล่ะค่ะ! เด็กคนนั้นหันมามองตาแป๋วเลย

 

ขอบคุณนะฮะ~!”

ยิ้มตาหยีพูดขอบคุณด้วย อ้า..โมเอ้~~!

.....

 

....เดี๋ยวสิ เด็กผู้ชายเหรอเนี่ย!!!!!!....

 

.

 

พอเดินงานต่อมาได้อีกสักพักก็เริ่มเหนื่อยแล้วล่ะค่ะ อ่า...สงขารมันชักจะร่วงโรยไปทุกที อะไรกันเนี่ยเพิ่งผ่านวัยเบญจเพสมาสองปีเองนะ...สงสัยจะต้องออกกำลังกายให้เยอะขึ้นซะแล้วแฮะ ...คิดแบบนั้นแต่ไม่รู้ว่าจะได้ทำรึเปล่านี่สิ...โธ่....

เหนื่อยแล้วก็เลยเริ่มมองหาที่นั่งพัก ตอนนี้ร้านต่างๆก็เริ่มทยอยกันปิดแล้วล่ะค่ะ เหลืออยู่ครึ่งนึงได้ละมั้ง ฉันก็เดินๆมาจนมาเจอร้านน้ำชาก็คิดว่า อ่า เอาร้านนี้ล่ะ... ดูแล้วน่าจะบรรยากาศดีนะเนี่ย

พอนั่งลงแล้วก็รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านหน้าร้านนี้ไปรอบนึงคนนั่งเต็มร้านเลย แต่ตอนนี้รวมฉันแล้วก็สองสามคนเอง อ่า....ไปไหนกันหมดนะ

รับอะไรดีครับ

ระหว่างที่นั่งใจลอยอยู่คุณเจ้าของร้านก็เดินเข้ามาทักแล้ว ผมสีแดงตัดกับตาสีเขียวฉูดฉาดจังเลยน้า....อะ.....เดี๋ยวสิ...ผมนั่นมัน......จงอย!?

 

จงอยนั่นมันอะไรกัน!!!!?!?!??!

 

คนเมืองนี้มีจงอยจริงๆด้วยเหรอเนี่ย!!? สิ่งที่ฉันคิดเล่นๆตอนเข้าเมืองมาเป็นจริงอย่างนั้นเหรอคะ!!?!?

....สั่งมาสักทีสิครับคุณ เหมือนคุณเจ้าของร้านจะรำคาญอาการนิ่งอึ้งของฉันเต็มที่แล้ว อ่าๆๆ นั่นสินะๆ ต้องสั่งแล้วล่ะ มีอะไรบ้างนะ...อ่าๆๆ ว่าแล้วก็คว้าเมนูขึ้นมาดู...

เอ่อ..งั้นก็... ขอชาร้อนกับ โมจิก็แล้วกันค่ะ พอฉันสั่งปุ้บเขาก็จดรายการแล้วเดินออกไป อ...อ่า ฉันเผลอทำอะไรให้เขาไม่ชอบใจอะไรรึเปล่านะ...ย..แย่แล้วแฮะ

ระหว่างรอเครื่องดื่มกับอาหารฉันเหม่อมองออกไปในงาน เห็นคนเดินกันเป็นคู่ไปหมด อ่า...ทั้งคู่ชายหญิง คู่เด็กหนุ่มเด็กสาว คู่เด็กประถม คู่คนแก่ก็มี หรือจะเป็นคู่คุณลุงกับผู้ชายคนนั้น...เอ๊ะ..บ...แบบนั้นนับไหมนะ ไม่ใช่แล้วล่ะมั้ง...อึก...

 

....เห็นคนเดินกันเป็นคู่แล้ว ทั้งๆที่สนุกมาทั้งงาน จู่ๆก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาซะเฉยๆ...

........จะเรียกว่าบาดตาบาดใจก็คงจะไม่ผิดนักหรอกค่ะ...อ่า...

 

....นึกถึงตอนนั้นที่เดินเที่ยวกับชาร์ขึ้นมา...

..........เวลาแบบนี้จะไปนึกถึงเขาทำไมกันล่ะ...เรานี่มันบ๊องจริงๆเลย.....

 

ชาเขียวร้อนกับโมจิได้แล้วครับ

...ข..ขอบคุณค่ะ เสียงเรียกจากคุณเจ้าของร้านน้ำชาทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ ทั้งถ้วยชาและจานขนมถูกวางเสิร์ฟตรงหน้า

ฉันยกถ้วยชาขึ้นซดลงไปอึกใหญ่อย่างที่อยากจะระงับความฟุ้งซ่านในหัว น้ำร้อนๆไหลผ่านคอไปอย่างรวดเร็วจนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะซึมออกมา...ไม่รู้เหมือนกันว่าซึมออกมาเพราะความร้อนในคอตอนนี้หรือเพราะอะไรกันแน่ แต่ฉันก็รีบเงยหน้ากลืนน้ำตากลับเข้าไป

อ่า...เมื่อคืนก็เสียไปมากขนาดนั้นแล้วจะมาไหลอะไรอีกเอาตอนนี้นะ

ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หันไปก็พบว่าคุณเจ้าของร้านยังยืนอยู่ตรงนี้อยู่เลย สีหน้าแปลกๆด้วย...อ่ะ...ม...เมื่อตะกี้

 

........

 

 ...ป..เปล่านะคะ! เมื่อกี้ไม่ได้ร้องไห้นะคะ! อ่าๆๆ...ก็แค่ชามันร้อนเท่านั้นล่ะค่ะฉันรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ คุณคิดไปเองทั้งนั้น เขากอดอกพร้อมเลิกคิ้วสูง

 

.......อึก...พลาด!.....

 

ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างผู้ที่ยอมรับพ่ายแพ้โดยดุษฎี....จะพูดอะไรไปตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้สถานะของฉันดูดีขึ้นมาสักนิด หน้าตาโทรมๆมาเดินงานคนเดียวเปลี่ยวใจแถมนั่งมองคู่รักแล้วน้ำตาซึมแบบนี้ไม่ว่าดูยังไงก็คนเพิ่งอกหักแหงๆ เอาเถอะๆ ช่างมันแล้วล่ะค่ะ...อ่า...

คนเดินกันเป็นคู่หมดเลยนะคะ...ฉันพึมพำทั้งที่หน้ายังซบอยู่กับแขน...รู้สึกว่าเสียงที่ลอดออกมาฟังดูอู้อี้สิ้นดี

ใครๆก็อยากมาดูพลุกับแฟนทั้งนั้นล่ะครับคุณ

...อึก.......อ่า....ได้ยินคำว่าแฟนแล้วมันเสียดแทงจิตใจจริงๆค่ะ....

...ฉันเองก็อยากมากับเขาเหมือนกันนะคะ...แต่ว่า... ฉันยกชาขึ้นซดอีกครั้ง รู้สึกเหมือนคนอมทุกข์กำลังดื่มเหล้าระบายปัญหาชีวิตกับมาสเตอร์ในบาร์ชอบกล ติดตรงที่ว่าเหล้ามันกลายเป็นชาร้อน และมาสเตอร์กลายเป็นคุณเจ้าของร้านน้ำชาไปนี่ล่ะ

 คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะค่ะ..

พูดจบก็ยิ้มแห้งๆให้กับชะตาชีวิตตัวเอง แต่ไม่รู้ทำไมการฝืนกล้ามเนื้อมุมปากครั้งนี้มันช่างยากลำบากนักนะ...

 

ประกาศนะค้าประกาศศศ อีกสิบห้านาทีจะทำการจุดดอกไม้ไฟแล้วนะค้าคู้ณณณณ ถ้าหากว่าพลาดชมไปแล้วล่ะก็ต้องรออีกปีนึงเลยนะค้า พลาดแล้วพลาดเลยค้า ถ้าหากอยากไปชมแบบชิดติดขอบสนาม ก็เชิญทยอยกันไปที่ชาดหาดได้เลยนะค้า---! ย้ำอีกครั้งค่า ดอกไม้ไฟจะจุดในอีกสิบห้านาที--------!”

 

...อะ จะจุดพลุแล้วสินะ...จะจุดแล้ว... ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากเห็นเอามากๆ แต่พอมาถึงเวลานี้กลับไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นซะอย่างนั้น...

ฉันยกชาขึ้นซดจนหมดถ้วย รู้สึกว่าหัวสมองมันโล่งไปเลยล่ะค่ะ โมจิยังทานไม่หมดแต่โชคดีที่คุณเจ้าของร้านอุตส่าห์ห่อใส่ถุงให้ อ่า ขอบคุณมากๆเลยนะคะ คุณเจ้าของร้านก็ยังคงมีสีหน้านิ่งๆเหมือนเดิม....แต่...จงอยนั่น....เห็นแล้วมัน.....ค้างคาใจจริงๆแฮะ

 พอจ่ายเงินเสร็จ ก่อนจะออกเดินออกจากร้านไปก็อดถามไม่ได้จริงๆ

 

.....คุณเจ้าของร้านเป็นคนอิตาลี่รึเปล่าคะ..?

คิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับว่าฉันถามอะไรที่แปลกประหลาด เอ่อ...ความจริงก็แปลกจริงๆนั่นล่ะ

ผมสัญชาติบลอดเวนครับ

...ย...อย่างนั้นเหรอคะ..

 

......เอ......ทั้งๆที่คิดว่าไม่น่าจะพลาดแล้วแท้ๆนะ....

 

.

 

หลังจากนั้นฉันก็เดินออกมาจากงานพร้อมหน้ากากดีเคดบนหัวและถุงโมจิในมือค่ะ อ่า คิดว่าจะเอากลับไปฝากคุณกราเซียสักครึ่งนึง ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงไหมน้า...

ฉันเดินตามกระแสผู้ชนออกมาทีชายหาด เห็นคู่รักเดินควงแขนกันเต็มไปหมด...เลยพยายามแหงนหน้ามองท้องฟ้า กว่าจะเดินมาถึงชายหาด ก็คอเคล็ดพอดีล่ะค่ะ อูย...

ความจริงก็ไม่ได้ลงไปตรงชายหาดหรอกค่ะ ยืนๆอยู่ข้างบน เพราะข้างล่างคนเยอะเหลือเกิน...คุยกันเสียงดังจอแจไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะ

ฉันได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกมาจากทางท่าเรือว่าพลุกำลังจะจุดแล้ว

 

พลุกำลังจะจุดแล้วนะคุณ

 

....จู่ๆก็นึกถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมา...

 

นี่ ฟังผมอยู่รึเปล่าน่ะ

ค..คะ? ฉันเงยหน้ามองต้นเสียง ริชาร์ดยืนอยู่ข้างๆฉัน เขายกมือข้างนึงขึ้นปัดผมที่ปรกหน้าฉันเบาๆ

เมื่อกี้ผมบอกว่าพลุกำลังจะจุดแล้ว...คุณดูเหม่อๆนะ ง่วงนอนรึเปล่า?

อ่า....ฉ..ฉันยังไม่ง่วงหรอกค่ะ.. ฉันบอกปัดเขาไปทั้งที่ตาปรือจนจะปิดอยู่แล้ว จู่ๆก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมา

ไหวแน่นะคุณ ไม่ใช่ว่าคืนนี้ผมต้องแบกคุณเดินขึ้นบันไดไปส่งที่ห้องอีกนะ

 

ฟิ้วววววว.....ตูม~!!!!!

 

อ้าว ลูกแรกไปซะแล้ว!” เขารีบหันขวับกลับไปเมื่อได้ยินเสียง ฉันเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เสียงผู้คนร้องอย่างตื่นตะลึงดังเซ็งแซ่อยู่รอบตัว ฉันอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาเบาๆ

....เสียดายจังเลย..

ฮะๆๆ เขาหันมายิ้มให้ มือใหญ่ของริชาร์ดวางแหมะลงบนหัวฉันพร้อมขยี้เบาๆ เอาน่าคุณ พลาดลูกแรกไม่เห็นเป็นไรยังมีอีกตั้งหลาดชุด เอ้านั่นไง มาแล้วๆๆ

อ..อ๋า!”

 

พลุอีกหลายลูกทยอยกันฉายแสงอยู่บนผืนฟ้าสีดำ ฉันจ้องมองภาพนั้นตาไม่กระพริบ

 

สวยจังเลยนะคะ..

 

.

 

สวยจังเลยนะคะ...

 

ฉันพึมพำเบาๆกับตัวเอง จ้องมองพลุของงานเทศกาลเมืองบลอดเวนที่ผลัดกันปะทุและมอดดับไปอยู่เบื้องหน้า ทำนบกั้นบ่อน้ำตามันทลายลงไปเมื่อไหร่ไม่รู้

ฉันได้แต่ยืนจ้องพลุน้ำตาไหลเอาพรากๆเหมือนคนบ้า...รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวทั้งที่รอบๆก็ยังมีผู้คนอื่นเยอะแยะ

 

...ตอนที่ดูละครดูหนังก็ไปหาว่านางเอกเว่อร์เองที่ร้องไห้ฟูมฟายแบบนั้น แต่พอมาเจอกับตัวเองนี่มันขำไม่ออกจริงๆค่ะ...

 

.....อาการหนักแฮะเรา.....

 

ฉันยกมือปาดน้ำตาออกหลังจากปล่อยให้มันร่วงผลอยๆตามอำเภอใจอยู่นานสองนาน ...ไม่ได้นะนริน ร้องไห้ไปก็ตั้งเยอะแล้ว ยังไม่พอรึไงกัน...

 

ถึงตอนนี้...ต้องมองไปข้างหน้าสิ...มองไปข้างหน้าเท่านั้น!

คิดถึงคุณกราเซียที่อุตส่าห์ช่วยเราสิ คิดถึงคำแนะนำของพี่โอสิ!

 

ฉันเงยขึ้นมองดอกไม้ไฟบนฟ้า...

 

....สวยจริงๆ...

....ทั้งชายหาด...ท้องฟ้า....

....ถ้าหากว่าเป็นเมืองที่สวยงามแบบนี้ละก็...

 

.......อาจจะเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสวยงามก็ได้....

 

.

 

.

 

..........................ว....หวังว่านะ.....

 

 

 

 

 

 

************* 

 

 

ฉันจะทรมาณตัวเองและคนอ่านไปเพื่ออะไร...

 

..../นอนตาย

 

 




edit @ 7 Jul 2009 15:46:12 by D.C.เก้าแต้ม

[ES21fic] Home Alone

posted on 28 Sep 2008 20:31 by dc9spot  in STORY

 

 

 

Title : Home Alone

Author : ก็กุนี่แหละ (แล้วเอ็งจะเขียนข้อนี้ทำไมวะเอ้อ....=w=lll)

Type : เรื่อยๆ เปื่อยๆ เฉื่อยๆ ชืดๆ

Note : จู่ๆก็อยากแต่งขึ้นมา ไม่มีไรมาก อีกอย่าง เป็นคนแคสต์คุโรกิทั้งที ยังไม่เคยแต่งฟิคเกี่ยวกะมันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย น่าสงสารจริงๆเลยว่ะคุโรกิ ไงๆก็ทนอ่านเอาหน่อยนะ นานๆทีจะแต่ง แบบว่าเห่อ อุตหนุนกันหน่อย อิๆ

 

 

 

 

 

"ฮึ่ยยย......"

 

ร่างบนเก้าอี้พ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด

 

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านผ้าม่านในห้องครัวทอดผ่านลงมาบนโต๊ะ ....ทอดผ่านโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่.....โทรศัพท์มือถือที่ใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่มันอย่างไม่สบอารมณ์....ใครบางคนที่เพิ่งได้ฟังอะไรไม่เข้าหูไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว....

 

...วันเสาร์น่ะ....มันสมควรจะเป็นช่วงเวลาสุดสุขของท่านโคจิคนนี้สิฟะ!....ไม่ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า! แถมวันนี้เจ้าฮิรุม่าก็ไม่เรียกซ้อมด้วย! คราวนี้ก็จะได้พักผ่อนให้เต็มคราบ!!! ให้สมกับที่เหนื่อยมาทั้งห้าวันซะหน่อย!!!!!...

 

......แต่ว่านี่มันอะไรกั๊น~~!!?...

 

โทษทีว่ะ คุโรกิ วันนี้ชั้นต้องไปไหว้ป้ายหลุมศพคุณย่า คาซึมันก็โดนพ่อมันจับเข้าคอร์สเรียนพิเศษบ้าบออะไรไม่รู้  วันนี้คงไม่ได้ออกไปเที่ยวกันแล้วว่ะ รออาทิตย์หน้าก็แล้วกัน'

 

...ซะงั้นน่ะ!!!

 

"ฮ่วย!!!"

ปึ้ก!

เขากระแทกหน้าแข้งเข้ากับขาโต๊ะทานข้าวเพื่อระบาดอารมณ์ แต่ก็ต้องมากุมขาด้วยความเจ็บเอาซะเอง (เออ....สม) คุโรกิกัดฟันกรอดๆอย่างเคียดแค้น....ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไอ้ที่แค้นน่ะเพื่อนหรือโต๊ะกันแน่

....ยิ่งนึกถึงน้ำเสียงเนิบนาบเหมือนไม่มีอะไรของเจ้าโทงะที่ลอดผ่านลำโพงมือถือออกมาในตอนนั้นก็ยิ่งรู้สึกคันฝ่าเท้าขึ้นมายิบๆ.....

 

"เอ้อ....นัดกันหายหัวไปหมด ชิ..." เขาบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว ถ้ามีใครมาเห็นสภาพน้องรองประจำแก๊งสามพี่น้องหาหาในตอนนี้คงเหมารวมว่าเป็นพวกสติไม่สมประดีแหงม.....

เอ......หรือว่าปกติก็ไม่เต็มอยู่แล้วกันแน่หว่า...?

 "เอาวะ ไม่ได้เที่ยวก็ไม่ตายซะหน่อย ไม่เจอหน้าพวกแกสักวันก็ดี เห็นกันจนเบื่อจะตายชักอยู่แล้ว "

บ่นต่อได้อีกสองประโยคพอหอมปากคอมคอ พ่อไลน์ปากเปราะก็ผุดลุกก้าวจ้ำพรวดไปหาเครื่องเกมสุดที่รัก หมายจะเล่นเอามันส์ให้ลืมๆเรื่องน่าหงุดหงิดเช้านี้ซะบ้าง มือขวาคว้าได้ที่ใส่แผ่นเกมส์ก็พลิกๆหาเกมไฟต์ติ้งอัดแหลกไปพลาง มือซ้ายก็คว้าสายแลนด์มาต่อเข้าโทรทัศน์ไปพลาง...

วันนี้พ่อแม่ออกไปทำงานอีกแล้ว พี่ก็ออกไปกับเพื่อนแต่เช้า บ้านเลยดูเงียบเหงาอย่างประหลาด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอึดอัดอะไรมากนักสำหรับคุโรกิ ความจริงแล้ว...มันก็เป็นอย่างนี้แทบทุกอาทิตย์  แล้วความจริงปกติเขาใช่ว่าจะมานั่งแง่งเป็นง่อยเปลี้ยอยู่ในบ้านแบบนี้สักหน่อย......แต่เรื่องนั้นน่ะช่างหัวมันเถอะ

 

เล่นๆกดๆอัดๆคอมโบไปสามสี่ชุดก็เหมือนว่าสภาพอารมณ์จะเริ่มสเตเบิ้ลขึ้นมาเล็กน้อย

....แต่ไม่ทันไร ผ่านไปแค่ชั่วโมงนิดๆ เขาก็เริ่ม.....เบื่อ...

 

....แน่ละ...สู้แต่กับAIมันจะไปสนุกได้ยังไง....ยังไงเล่นกับคนด้วยกันก็มันส์กว่าเห็นๆ..........แต่ตอนนี้ทรัพยากรณ์มนุษย์มันขาดแคลนนี่หว่า......

.......

.......แล้วจะวกกลับมาเข้าประเด็นนี้อีกทำไมวะเนี่ย.....

 

"....ฮึ่ย....ทำไมชั้นไม่เลือกเกมRPGซะตั้งแต่แรกนะ" เขาบ่นกับตัวเองพร้อมกับกดปุ่มบนเครื่องอีเจคแผ่นซีดีออก แต่เมื่อจะขยับนิ้วพลิกหาเกมส์ที่มันเข้าท่ากว่าเดิมมาเล่นความเซ็งก็พุ่งเข้าจู่โจมทันควัน

 

......เลิกดีกว่าแฮะ.......

 

คุโรกิชักสีหน้ามุ่ยๆอย่างไม่สบอารมณ์  อีกใจก็ยังงงๆว่าทำไมวันนี้ความเสี้ยนเสพเกมที่สั่งสมมาทั้งอาทิตย์ของเขามันฮวบลดหดหายไปหมด ....?

นั่งแช่แฟ้บเป็นซากอ้อยอยู่บนโซฟาได้พักใหญ่ก็ทนความน่าสลดหดหู่ของชีวิตไม่ได้  คุโรกิยันตัวลุกขึ้นเดินโซเซไปหาตู้เย็นอันเป็นจุดหมายที่เข้าท่าที่สุดเท่าที่ประสิทธิภาพสมองของเขาในตอนนี้จะนึกออก ถึงมันจะสิ้นคิดและอันตรายต่อน้ำหนักตัวไปหน่อยก็เถอะ

ดวงตาขวางๆกวาดไปตามชั้นวาง เจอถุงช็อคโกแล็ตบาร์ก็คว้าโชะเข้าให้! คุโรกิใช้ขาเขี่ยประตูตู้เย็นปิดพร้อมกับแกะถุงขนมไปพลาง ก่อนจะโดดกลับขึ้นโซฟาอีกครั้ง เอาเท้าเขี่ยปุ่มรีโมทเปลี่ยนช่องกลับมาเป็นเคเบิ้ล .....เอาวะ วันนี้จองทีวีแม่งเลยก็แล้วกัน ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะทำแล้ว จะทำตัวเป็นนักทัศนศาสตร์สักวันล่ะ....

 

ระหว่างที่แกะห่อเล็กในถุงเขาก็เปิดมาเจอช่องข่าวพอดี วันนี้ดูอะไรที่มีสาระสักวันก็ดีแฮะ

‘ต่อไปนี้จะเป็นข่าวที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้นะคะ เรื่องที่พบสารเมลามีนปนเปื้อนในนมผงเด็กในจีนค่ะ' ผู้ประกาศข่าวสาวในทีวีก็รายงานไปตามเรื่อง ส่วนเขาก็เคี้ยวแท่งขนมไปตามน้ำ ....ว่าแต่เมลามีนนี่มันอะไรฟ่ะ...คุ้นๆอย่างกับเคยได้ยินเขาว่าเอาไว้ใส่ในพวกเครื่องเซรามิก...?

‘เพราะทางโรงงานที่ผลิตสินค้าได้ใช้สารเมลามีนเจือปนในผลิตภันท์เพื่อเพิ่มความข้นให้กับน้ำนม ตอนนี้มีเด็กเสียชีวิตไปแล้ว และบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลหลายราย ทางการก็มีการสั่งเก็บสินค้าประเภทนมผงจากจีนลงแล้วค่ะ....'

"น่ากลัวแฮะ...." ร่างบนโซฟาพึมพำเบาๆ ของในปากก็ยังเคี้ยวอยู่ตุ้ยๆ

‘ และในตอนนี้เมื่อตรวจสอบผลิตภัณท์ชนิดอื่นจากจีนดูแล้ว ก็พบว่ามีนมที่มีส่วนผสมจากเมลามีนผสมอยู่ด้วยค่ะ อย่างสินค้าประเภท ขนมช็อคโกแล็ตต่างๆก็ถูกสั่งเก็บลงจากชั้นวางสินค้าบ้างแล้ว ก็ขอให้ประชาชนทุกคนระมักระวังในการซื้อหาสิ่งของกันด้วยนะคะ'

 

พรวดดดดดด!!!!

 

คุโรกิสำลักไอค่อกแค่ก พร้อมเฟี้ยงถุงขนมในมือลงพื้นทันควัน..........หวิดได้ไปเฝ้ายมบาลแล้วไหมล่ะ.....

 

ฮ่วย! ไม่เอาแล้ว! อะไรวะ! อยู่ในบ้านก็ไม่มีอะไรดีขึ้นสักอย่าง!! ออกไปเดินสูดอากาศดีกว่าวุ้ย!!!

 

คิดปุ้บก็ทำปั้บตามประสาวัยรุ่นใจร้อน เขาคว้าเป๋าตังค์กับโทรศัพท์มือถือ  ฉวยได้แจ็คเก็ตมาสวมทับให้ดูพอไปวัดไปวาได้บ้าง พอลงกลอนประตูเสร็จเรียบร้อยก็เดินตัวปลิวผิวปากควงดอกกุญแจลิ่วออกสู่โลกกว้างไป ......ว่าแต่จะไปไหนก็ยังไม่ได้คิดเลยไม่ใช่เรอะ!?

 

พ่อคุณก็เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ บรรยากาศเฉื่อยๆของวันเสาร์ชักจะซึมเข้าไปในน่องจนพาลทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะก้าวขาอย่างกระฉับกระเฉงสักเท่าไรนัก (อีกอย่างก็ไม่รู้จะรีบไปให้เหนื่อยหาพระแสงอะไรในเมื่อความจริงก็ยังไม่มีจุดหมายปลายทางอยู่แล้ว) ถึงวันนี้แสงแดดยามเที่ยงจะยังจัดจ้าอยู่เหมือนเคยแต่ก็ไม่ครณาผิวสักเท่าไรเพราะยังพอมีลมเย็นๆพัดตีหน้าให้หายอบอ้าวอยู่บ้าง ก็จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วนี่...

เดินชมนกชมไม้ชมหลักกิโลไปเรื่อยก็เริ่มเข้าช่วงตัวเมืองแล้ว.....ก็เริ่มมีคนเดินตามสองข้างทางประปราย เด็กบ้างผู้ใหญ่บ้าง..........เดี๋ยวสิ....ทำไมบ้านเมืองมันถึงได้ดูสงบสุขอย่างนี้ฟะ! (แล้วเอ็งจะให้มันลุกเป็นไฟเร้อ...)

 

"นี่ๆพวกเรา วันนี้ไปไหนกันดีล่ะ!"

 

เสียงแจ้วๆดังเสียดแก้วหูมาจากทางเก้านาฬิกา พอได้ยินแล้วหัวมันก็หันขวับตามที่มาไปโดยอัตโนมัติ ที่เขาเห้นคือเด็กชายวัยประถมสามคนกำลังพูดคุยเล่นหัวกันอย่างออกรส  

"ชั้นว่าเสาร์นี้ไปขี่จักรยานเล่นกันดีกว่านา"

"เอ้อ~ แล้วก็เลยไปกินเครปตรงสวนโน่นเอาม้า"

"โอ้ย ดีเลย! งั้นเดี๋ยววันนี้เราเลี้ยงเอง!"

.

จะว่าไปเจ้าพวกนั้น ป่านนี้พวกมันจะทำอะไรอยู่...?

ตอนนี้เที่ยงแล้วคงจะทานข้าวอยู่รึเปล่าหว่า...?

.

......อะ.....อะไรวะ.....คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกแล้วตู.........ทำตัวเป็นพวกติดเพื่อนไปได้.....โว้ยยย....

 

"......บ้าเอ้ย......สงสัยต้องหาอะไรทำไม่ให้ฟุ้งซ่านซะแล้ว..." คุโรกิบ่นกับตัวเองพร้อมเอามือขยี้หัว เหมือนจะปัดความคิดที่รกๆสมองให้หลุดๆออกไปเสียบ้าง

.....แล้วจะไปไหนดีล่ะ...?.......พอเริ่มถามตัวเองว่าจะไปไหน สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือเกมเซ็นเตอร์....อ้าว....ก็ไม่งั้นจะให้ไปที่ไหนได้ล่ะ!?....เขาก็ไม่ใช่คนชอบเดินซื้อของหรือเหล่สาวอะไรเทือกนั้นด้วย

ว่าแล้วขามันก็พาเลี้ยวเข้าเกมเซ็นเตอร์โดยอัตโนมัติซะอย่างนั้น เอากะมันสิ เอ้อ....

....ไหนๆก็มาแล้วก็เลยตามเลย....ว่าแล้วเขาก็หยิบไม้ตีกลองของเครื่องที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมา หยอดเหรียญเลือกเพลงอย่างเซ็งๆ.....ปกติเขาก็ไม่ค่อยได้เล่นเกมส์แนวนี้สักเท่าไหร่ ถนัดไม่เท่าไฟต์ติ้งร้อก....แต่ก็ยังถือว่าถนัดอยู่ดีนั่นล่ะ

เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่นัก เกมส์จังหวะแบบนี้ก็มีเคยเล่นมาบ้างน่า.......

 

"เยส! ไฮสกอร์ๆ~~!" ไอ้หนุ่มเกมเมอร์แย้มรอยยิ้มออกมาอย่างสะใจเมื่อเห็นว่าไอ้ที่เขาเล่นสั่วๆไปเมื่อกี้มันก็ติดชาร์ตกับเขาเหมือนกัน

พอสะกดชื่อตัวเองเสร็จสรรพก็กดตกลง......เห~.......ตีเล่นๆยังได้ที่สองเลยเหรอเนี่ย.....แบบนี้รอบต่อไปเอาจริงดีกว่าแฮะ......ว่าแต่ที่หนึ่งมันใครหว่า....?

ไหนๆๆดูซิ....

 

....โทงาโน่.....

 

..........

................อ....ไอ้โอตาคุซอมบี้! แกยังตามมาหลอกมาหลอนชั้นอีกเรอะ!!!!!

 

"ไม่ล่งไม่เล่นมันแล้ววุ้ย"ทั้งๆที่อารมณ์เกือบจะดีแล้วแต่พอมาเจออีกแบบนี้มันก็กลับมาขุ่นมัวอีกรอบซะงั้น คุโรกิเดินปึงปังออกจากเกมเซ็นเตอร์ทั้งที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงสิบห้านาที

 

เขาเดินล้วงกระเป๋า ทำตาขวางให้สิ่งแวดล้อมรอบข้าง ....แหงล่ะ ก็เขากำลังหงุดหงิดสุดๆเลยนี่!!!

 ให้ตายสิ น่าเบื่อชะมัด!.....ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ว้า~.... ทำอะไรก็ไม่สนุกสักอย่าง....น่าหงุดหงิดชะมัด....ทำไมวันเสาร์มันถึงได้น่าหดหู่อย่างงี้ฟ่ะ! บ้าฉิบ! ความผิดไอ้สองคนนั้นนั่นแหละ!!!!! (อ้าว....)

เขาเดินเตะฝุ่นทำตัวเป็นคนตกงานไปเรื่อยๆ....ในหัวก็บ่นไปเรื่อยๆ.....เดินไปถึงตู้กดน้ำในสวนสาธารณะก็กดน้ำอัดลมมาดื่มแก้เซ็งเสียหน่อย แต่ในหัวก็ยังบ่นฉอดๆต่อไปนั่นแหละ

ตุ้บ!

เขาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งแรงๆอย่างไม่สบอารมณ์นัก นิ้วก็แกะกระป๋องไป ปากก็บ่นไป.....(อย่างกับชิมไปบ่นไปเลยนะเนี่ย...)

"บ้าเอ้ย....บ้าชะมัดเลย....นี่มันวันบ้าอะไรฟ่ะ..."บ่นอุบอิบพอเป็นพิธีแล้วพี่แกก็ซวดน้ำอัดลมเข้าไปอึกใหญ่  พอได้น้ำเข้าปากหัวมันก็เริ่มจะเย็นๆลงบ้าง

ลมเย็นๆพัดเข้าตีหน้า ทัศนียภาพสีเขียวโดยรอบมันช่างดูสงบ....ไม่เข้ากับนิสัยของเขาเอาซะเลย...

 

.....อยู่แบบนี้สงสัยจะเงียบเกินไปสำหรับเราจริงๆแฮะ.....

 

"เฮ้อออ..." ว่าแล้วก็ได้แต่ถอดหายใจกับตัวเอง คุโรกิงอหลังลงเอาศอกเท้าคางกับหัวเข่า สีหน้าเหมือนเริ่มจะปลง.......กลับบ้านดีกว่าไหมนะเรา....กลับไปนอนซะวันนี้มันจะได้จบลงเร็วๆ....

 

ตุ้บ

ใครบางคนหย่อนตัวลงนั่งตรงพื้นที่ว่างที่เหลือบนม้านั่งข้างๆเขา

 

"หา..." เขาหันไปตามเสียงนั้นอย่างนึกฉงน....แต่ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรกว่านั้นมันก็ดันตกใจไปก่อนซะแล้ว

 

 "เฮ้ยยยยย!!!!!"

 

คุโรกิสะดุ้งพรวดเอามือชี้หน้าเจ้าคนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้ทำหน้างงอยู่ข้างๆ.....ก็จะใครซะอีกล่ะ เจ้าจูมอนจิ คาซึกิ ไอ้คนที่ควรจะอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชายังไงล่ะ!!!!

"ชี้หน้าชั้นทำไมฟ่ะ" จูมอนจิทำหน้าเอือมโลก มือถือกระป๋องกาแฟที่กำลังจะดื่มค้างไว้.....ทำไมมันถึงต้องโวยวายขนาดนั้นด้วยฟะ....

คุโรกิยังคงอ้าปากค้าง อารามทำอะไรไม่ถูก.....อะไรวะเนี่ย...อะไรกันวะ! "อ้าว....ก็ไม่ใช่ว่าแก...."

 

"...ชะ......พรหมลิขิต...."

 

ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงเนิบๆดังมาจากทางด้านหน้า หันไปก็เจอเจ้าโทงะกำลังเอาจัมป์ดันแว่นอย่างอึ้งๆ  มืออีกข้างถือกระป๋องน้ำที่เพิ่งไปกดมาค้างไว้

"ห๊า!!! นี่แกก็ด้วยเรอะ  ก็ไหนบอกว่าไปไหว้หลุมศพไงฟ่ะ!!!"

"เอ่อ....ก็แบบว่า ไปเจอเขาปิดถนนกลางทางเลยต้องกลับมา อะไรประมาณนั้นแหละ"

"แล้วแกล่ะจูมอนจิ"

"....โดด"

"โหย...ไม่น่าถามเล้ย.."

"ว่าแต่แกเหอะ มานั่งทำหน้าปวดห้องน้ำอยู่คนเดียว เป็นอะไรของแกวะ..."

"หนอย....ใครทำหน้าปวดห้องน้ำ ห๊า!!!" คุโรกิเถียงกลับทันควัน แถมเสียงยังดังไม่ใช่เล่นเลยด้วย ส่วนคนถูกแว้ดก็หัวเราะเหอะๆในลำคอ.....เจ้านี่มันเป็นพวกขี้โวยวายไร้สาเหตุจริงๆแฮะ.....

เห็นพี่ใหญ่กับน้องเล็กทำหน้าขำกวนส้น คุณน้องรองก็เริ่มรู้สึกคันปากอยากด่ายิบๆขึ้นมาอีกแล้ว แต่พอจะอ้าปากตะคอกมันก็หยุดไปซะอย่างนั้น...

 

"....เฮ้ย..........พวกแก....กินอะไรกันมารึยังวะ..."

จูมอนจิกับโทงาโน่ นิ่งไปเล็กน้อย...

"เอ่อ....ยังแฮะ"

"จะเลี้ยงรึไงคุโรกิ"

"พูดจาเอาแต่ได้เกินไปแล้วเฟ้ย~"เขาหันไปแยกเขี้ยวให้คุณเพื่อนหน้าบากด้วยความหมั่นไส้  ....ไม่ใช่ว่าแกเป็นคนที่รวยที่สุดในกลุ่มรึไงฟะ...."ไปหาอะไรกินกันเหอะว่ะ หิวแล้ว"

"เอ้อ....จะว่าไปมีเมดคาเฟ่ต์เปิดใหม่อยู่แถวโซคุโตะ...."

"หุบปากไปเลยแกน่ะ!"

"ไปกินโอเด้งข้างทางดีกว่า ถูกดี"

"โหย....ไอ้งก"

"งั้นแกก็เลี้ยงเองซะเลยสิฟ่ะ"

"ยังไม่เลิกประเด็นนี้อีกเหรอวะ เจ้าคาซึ!" เขาหันไปแง่งใส่จูมอนจิอีกครั้ง แต่เจ้าเพื่อนตัวดีอีกสองหน่อกลับหันไปหัวเราะเสียงดังแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวซะงั้น...

 

คุโรกิทำหน้ามุ่ย สาวเท้าก้าวยาวๆเดินตามกลับไปร่วมวงสนทนาอีกครั้ง

 

......ฮึ่ย.....เอาเถอะ............จะหัวเราะอะไรก็หัวเราะไปเลยนะเฟ้ยพวกแก.....

 

 

......... ถ้าเสาร์ไหนชั้นไม่อยู่บ้านออกมาแกร่วกับพวกแกไม่ได้ละก็....ไม่ต้องมาทำหน้าละห้อยเลยนะเฟ้ย...

 

.... ชั้นจะหัวเราะซะให้ฟันหักเลยเชียว.....

 

 

................ เพราะยังไงพวกแกคงไม่โมโหที่ชั้นหัวเราะใส่หน้า....

 

 

................................เหมือนกับตอนนี้ที่ชั้นโกรธพวกแกไม่ลงยังไงล่ะ....

 

 

 

 

******** END ******

 

 

แต่งเล่นๆ.....แหม...ไม่ได้แต่งฟิคมีกี่ชาติแล้ววะตรู...

ภาษาอะไรก็ดูจะงี่เง่าไปนิดนึง.....ไม่รู้เหมือนกันแฮะ....แต่งตามอารมณืล่ะมั้ง.........ว่าเข้าไปนั่น

 

ไม่รู้ทำไม...พอจะบรรยายหน้าตาคุโรกิทีไร

มันจะรู้สึกจั๊กกะจี๊มือพิมพ์ไม่ลงทุกทีเลย......เหมือนกับเวลาเราบรรยายหน้าตาเพื่อนออกมาเป็นพรรณนาโวหารยังไงยังงั้น

สรรพนามก็เลยมีแต่ "เขา" ซะเยอะเลยว่ะ....=w=lll....แหม....ก็แบบว่านะ........ก็มันรู้สึกจั๊กกะจี้นี่หว่า ที่จะต้องใช้คำว่า "ชายหนุ่ม" หรือ "เด็กหนุ่ม" อะไรประมาณนั้นกับคุโรกิน่ะ!!!! โอ้ย...ยิ่งพิมพ์ยิ่งจั๊กกะจี้มือว่ะ! กุเป็นอะไรของกูวะ ว้ากกก! อ้ากกก!

 

อย่างคุโรกิน่ะ ตูทนใช้สรรพนามเป็นผู้เป็นคนกับเขาไม่ไหวหรอกโว้ย!!! (/อาละวาดล้มโต๊ะ)

 

.

 

ความบ้าบอส่วนตัวน่ะ...แหม....อย่าเครียดไป...=w=lll

 

 

เอาเถอะ.....เอ้อ....ไปลองทำควิซว่าตัวเองจะตายยังไงมาด้วย....

 

How will I die?
Your Result: You will die of boredom.

Try not to take so many quizzes. And while this answer may seem like a joke, it most certainly is not. Boredom is one of the most frequent causes of death. The body will simply stop functioning. Try not to become an excercise junkie. One cannot escape destiny...

You will die in your sleep.
You will be murdered.
You will die while having sex.
You will die in a car accident.
You will die in a nuclear holocaust.
You will die while saving someone's life.
You will die from a terminal illness.
How will I die?
Quiz Created on GoToQuiz

 

Boredom....

เปิดดิกส์ดูแล้ว...มันแปลว่า "ความน่าเบื่อ"

.........................

หมายฟายว่ายังไงฟ่ะ.....(/กระชากคอเสื้อคนคิดควิซ)

 

หมายความว่าตูจะต้องเฉาตายงั้นเรอะ! OTL OTL

 

อันดับสอง หลับตาย....อืม....

ชีวิตชั้นมันน่าเศร้าจริงๆ....

 

 

ปล. ไอ้ "ใครวะ" ใน เอนทรี่ที่แล้ว......ได้คำตอบแล้วว่า มันเป็นใคร

......น้องสาวข้าบอกว่า....มันเป็น "เคอร์บี้วิง" ว่ะ....

คล้ายอยู่นะเนี่ย.....= ="

 

ปล.2 รีเควสพี่โด๋ย รับแซ่บและค้าบ.....เดี๋ยวจัดให้ค้าบ....รอดูก่อนว่าจะผ่านการสอบพรุ่งนี้ไปได้รึเปล่า อะจ๋างงง....TTwTT

 

 

 

edit @ 28 Sep 2008 20:54:57 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 28 Sep 2008 21:01:38 by D.C.เก้าแต้ม

[ซับนรก] AF5 : THE WAY WITH OUT ACADEMY [Bleach]

posted on 23 Jul 2008 22:35 by dc9spot  in STORY, TALK

 

*อ่านจากขวาไปซ้ายตามแบบการ์ตูนยุ่นปี่ *

 

 

 

 .

 .

มันนึกถึงฉากนี้ขึ้นมาเลย ตอนที่คิดถึงอคาเดมี่น่ะ....ก็เลยทำออกมา

กะว่าจะเลิกดูแล้ว....แต่ก็ยังดูอยู่ ส่วนหนึ่งก็เพราะแม่ดูด้วยล่ะ แต่อีกส่วนนึงก็เพราะอยากรู้ว่ามันจะจบออกมาได้เละเทะขนาดไหน......
ดีซีเองก็ติดตามรายการนี้มาตั้งแต่ปีแรกแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้ดู....อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะลงเอยยังไง

 

หึ.....ขอดูหน้าหน่อยเห้อ.....เดอะวินเนอร์ที่น่าอดสูที่สุดในรอบห้าปีน่ะ...หึ.....

 

ปล. ถึงจะมี ทสึจึคุ ต่อท้าย.....แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีภาคสองนะเฟ้ย...= =lll

[ficES21]เซนะเรล่า!?

posted on 23 Dec 2007 22:03 by dc9spot  in STORY
 

 เปลี่ยนBGรับคริสมาสต์....โหะๆๆ......ชอบอันเก่ามากกว่า แต่เอาเถอะๆ

 

.

 

เป็นฟิคๆแรก...ที่แต่งไว้นานแล้ว

ลงบอร์ดเลิฟเลสแล้ว....ลงเด็กดีแล้ว...

เลยเอามาลงบล็อคบ้าง....จะได้ครบไปเลย(ฮ่า....) ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

 

ชื่อเรื่อง - SENARELLA

 

ผู้แต่ง - D.C.เก้าแต้ม (ก็ดิฉันเองนั่นล่ะค่ะ)

 

ประเภท - รั่ว,มั่ว,ไร้สาระ.....ออกจะล้อการ์ตูนเรื่องอื่นอยู่มาก...- -*

 

NOTE :....ฟิคอายชิลด์เรื่องแรกที่แต่งด้วยความบ้าส่วนตัวล้วนๆ....หากใครที่เข้ามาอ่านความวาย ความหวาน ความซาดิสต์ ความเศร้า.....อย่าเลื่อนลงไปกว่านี้เลยค่ะ.....เพราะคุณตะไม่ได้เจออะไรแบบนั้นในฟิคเรื่องนี้แน่ๆ.....ทางเราขอรับประกัน

 

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ....เผื่อจะมีฟิคมาลงอีก.....(...โอกาสริบหรี่)

 

YA---HAAAA~~!!!!!ไร้สาระMAX~!!!! (รัวปืนกลอย่างบ้าคลั่ง)

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

...อะแฮ่มๆ...(กระแอ่มไอ)

 

 

 

.........จะเริ่มละนะ!...

 

 

 

.

 

 

 

.....กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....(ร่าย)

 

 

 

ยังมีบ้านน้อยแสนสุขอยู่หลังหนึ่ง...

 

 

 

 

 

ป๊อง!

 

โครม!!

 

 

 

(บ้านโผล่ขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า)

 

 

 

 

 

....มีคุณพี่สาว...และคุณน้องชายอาศัยอยู่....

 

 

 

 

 

ป๊องๆ!

 

(มาโมริกับเซนะโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า....อีกแล้วรึ!?)

 

 

 

มาโมริ - เอ๋...~!?

 

 

 

เซนะ - ที่นี่ที่ไหนน่ะ!? (หันซ้ายหันขวา)

 

 

 

 

 

.......ทั้งสองอยู่กันอย่างมีความสุข แม้ว่าคุณน้องชายจะขี้ป๊อดและมักจะมีชะตากรรมซวยโดนแกล้งไม่เว้นแต่ละวันเลยก็ตาม.....

 

 

 

.....แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง.....เรื่องหน้าสลดใจก็บังเกิดขึ้น...คุณพี่สาวเธอดันจากไปด้วยโรคชูครีมฟีเวอร์ลิซึ่ม ทั้งที่ยังอายุเอ๊าะๆ........

 

 

 

 

 

มาโมริ - (ดิ้นกระแด่วๆ).....ช...ชูครีม.......ชูครีมของข้า....(ทำท่าเหมือนกอลลั่ม)

 

 

 

เซนะ - พี่มาโมริ!!! ปุบปับก็จะตายแล้วเหรอค้าบ...TT[]TT....(ชีวิตช้าน..)

 

 

 

มาโมริ - ...(ได้สติ).....ซ...เซนะต้องหาเพื่อนให้ได้นะจ๊ะ....และจำไว้.....อย่าไปเฉียดเข้าใกล้...คนเขี้ยวยาว..หูแหลม...โกรกหัวทอง....อั๊ก!....(กระอักโลหิต).......ช....ชูครีม.....จงเจริญ..........(ถูกชูครีมครอบงำอีกครั้ง...)

 

 

 

เซนะ - พี่มาโมรี้TT[]TT~~!!!

 

 

 

 

 

แล้วเธอก็จากไปอย่างสงบ...(ง่ายๆงี้เลยเรอะ!?)

 

(เจ้าลิงมอนตะที่เซนะเก็บมาเลี้ยง กรีดเสียงสครีมลั่นอย่างบ้าคลั่ง...เศร้าใจMAX!!!!!)

 

 

 

(ทำหูทวนลม เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเจ้าลิง)ยังไม่ทันจะสวดครบสามวันสามคืน จู่ๆก็มีบุรุษปริศนามาลั่นปืนกลอยู่หน้าคฤหาสน์พร้อมเสียงหัวเราะสุดจิต....พร้อมลิ่วล้อ เป็นมนุษย์หมูตอนยักษ์...อีกคน

 

 

 

 

 

ป๊อง! ป๊อง!...

 

(ฮิรุมะกับคุริตะโผล่ออกมา...)

 

 

 

ฮิรุม่า -.....ชริ....จู่ๆก็มาโผล่แถวนี้...แต่ก็ช่างมันเถอะ....-*-......ว่าแต่ คฤหาสน์นี้ร้างอยู่แล้วสินะ เคี๊ยกๆๆๆ ถ้างั้นก็ดี จะได้ยึดเป็นคฤหาสน์ของ เดวิล แบ็ท ซะเลย* * YAAA HAAA~~!!!!!!!!!(ฉีกรอยยิ้มสุดโฉด ชักปืนกลออกมารัวเอาฤกษ์เอาชัย)

 

 

 

คุริตะ - ว่าแต่ฮิรุมะ....จู่ๆก็ยึดบ้านคนอื่นแบบนี้มัน...โอ้ยยย!!!! (โดนถีบกระเด็น)

 

 

 

ปั่งๆๆๆๆๆๆๆ!!!!

 

 

 

ฮิรุม่า - (รัวปืนจนกระสุนหมดแม๊ก)ไม่ต้องพูดมาก เจ้าอ้วนแป๊ะตูดหมึก!!! เข้าไปกันได้แล้ว ไม่ต้องเกรงใครหน้าไหนมันทั้งนั้น! ใครมันยังอยู่ก็จับทำคนใช้ให้หมด*[]*!!!!!

 

 

 

 

 

และแล้วไอ้หนุ่มหน้าโฉด เขี้ยวยาว หูแหลม หัวทอง ก็เข้ายึดบ้านไปซะดื้อๆ...(ตำรวจทำอะไรกันอยู่ !?) ช่วงชีวิตของเซนะก็เข้าสู่ยุดมืด....จนเขาถูกใครต่อใครเรียกว่า เซนะเรล่า...(มันเกี่ยวไหม..?) วันๆถูกโขกสับ วิ่งไปซื้อนั่นที วิ่งไปซื้อนี่ที ทั้งถูกถีบ ถูกด่า สารพัด....มีแต่เจ้าลิงหน้าหักมอนตะ ที่ยังเข้าข้างเขาอยู่.....ถึงจะเพราะว่าหลงคุณมาโมริหัวปักหัวปำจนยังตามน้องแจแม้ว่าพี่จะตายไปแล้วก็ตาม....(- -*)

 

 

 

 

 

เซนะ - ชีวิตเด็กม.ปลายดุจควายทำนา..TT TT....กระซิกๆ...(ทรุดลงกับกำแพง ลูกไฟวิญญาณลอยวิ้งๆเป็นแบ็คกราวน์)

 

 

 

ลิงมอนตะ - รันทดMAX!!! (สะอื้นด้วยคน)

 

 

 

 

 

แต่...(อีกแล้ว)....เวลาผ่านไปไวหมือนต้มมาม่า....อยู่มาวันหนึ่ง.....ก็ได้มีราชโองการจากราชวัง โอโจ ไวท์ไนท์ ส่งไปทั่วทุกหลังคาเรือนทั่วราชอาณาจักร...

 

 

 

 

 

ฮิรุม่า - องค์ชายชินแห่งโอโจ...ประกาศหาคู่เรอะ....-*-......ไร้สาระสินดี!...(ขยำปาทิ้ง ก่อนเอาปืนกลรัวซ้ำ(เพื่อ!?))

 

 

 

คุริตะ - แต่ว่าฮิรุมะ บทเขาบอกว่าเราต้องอยากไปนะ(คว้าหนังสือบทขึ้นมาโบกไหวๆ.....แล้วก็โดนถีบกระเด็น...อีกครั้ง- -*)

 

 

 

เซนะ - (เก็บขึ้นมา....พยายามปะติดปะต่อซากแล้วอ่าน)....เห....ห....หาคู่เหรอ......คุณชินคนนั้นเนี่ยนะ..= =llll....(คนชื่อซ้ำกันรึเปล่า..?)

 

 

 

ลิงมอนตะ - งงMAX! (แทะกล้วย)

 

 

 

 

 

....เซนะอยากไปงานเลี้ยงหาคู่ขององค์ชายชินมาก...

 

 

 

 

 

เซนะ - (สำลักพรวด หันซ้ายหันขวาหาต้นเสียง) ผ...ผมเนี่ยนะอยากไปอ่ะ=[]=!!!!!

 

 

 

ลิงมอนตะ - =[]= เซอร์ไพรซ์ MAXX~!!! (โยนกล้วยทิ้งไปได้เลยเบเบ๋!)

 

 

 

 

 

...อะแน่นอน...

 

 

 

 

 

เซนะ - ไม่มีทางอ่า...ต้องไปจริงเหรองานหาคู่ของคุณชินเนี่ย...= =..(เหงื่อท่วม...)(ว่าแต่ตกลงใช่คนเดียวกันจริงรึเปล่า?)

 

 

 

 

 

...ก็นี่มันเรื่อง เซนะเรล่า นะ...

 

 

 

 

 

เซนะ - ไม่จริ้งงงงง=[]=~~!!!!!!

 

 

 

 

 

....ไม่จริงมันก็จริงไปแล้วแหละ(ไม่สน)....และแล้วภูติสีแดงที่สิงสถิตย์อยู่ในคฤหาสน์ก็โผล่ออกมา...

 

 

 

 

 

ป๊อง!!!

 

(มาสคอตทีม เดมง โผล่ออกมาพร้อมกระพือปีก พั่บๆๆ..)

 

 

 

เดวิลแบ็ท - YA HAAA!!!!!!!! ลุยงานพรอมกันเลยเบเบ๋!!!!!(แยกเขี้ยว)

 

 

 

เซนะ - ม้ายยยย~~!!!!!(ตะกายหนีสุดชีวี)

 

 

 

ลิงมอนตะ - MAX~!!!!=[]=!!!! (<<< พยายามทำให้ตัวเองมีบทบาทในหน้ากระดาษมากขึ้น- -)

 

 

 

 

 

....(ว่าไปตามเนื้อผ้า)แล้วภูติสีแดงก็จัดการเสกชุดงานราตรีแสนสวยให้เซนะเรล่า....

 

 

 

 

 

เดวิลแบ็ท - ชุดราตรี จัดให้ ยี้ฮ่า!!!!! (ยิงลำแสงใส่เซนะ)

 

 

 

เซนะ - ว้ากกก!!!!! (วิ่งหลบ แต่ไม่พ้น...อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา...)

 

 

 

ป๊อง!!!

 

 

 

......เซนะอยู่ในชุดราตรียาว!!!....พร้อมกับสวม...อายชิลด์!?....อย่างนั้นเหรอ!!?!?O O!???

 

 

 

ฮิรุม่า - เข้ากันฉิบหายวายป่วงเลยฟ่ะ.... (สีหน้าเดาอารมณ์ไม่ถูก)

 

 

 

เซนะ - (ร้องไห้)แล้วนี่คุณฮิรุม่าโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยค้าบบTT TT~!!!!!!(นั่นสิ..)

 

 

 

เดวิลแบ็ท - อ้าวๆๆ ถ้าไม่ปิดหน้าไว้ คนในงานเค้าก็รู้ว่าเป็นผู้ชายอะเด้! (แน่ใจนะว่านั่นเหตุผลน่ะ.........ว่าแต่มันจะไม่เด่นสะดุดตาเกินไปหน่อยเรอะ...)

 

 

 

(ความจริงแล้วแค่อยากหาเรื่องยัดให้ใส่อายชิลด์...ใช่ไหมล่ะ= =!!!)

 

 

 

เซนะ - แต่ผมไม่ได้อยากไปซักหน่อยอ่า....แถมชุดนี่มันก็ชุดผู้หญิงด้วยนะคร้าบ...TT TT....(คีบชายกระโปรงขึ้นมาเหวี่ยงเล่น อะต้า~!...)

 

 

 

เดวิลแบท - ใครสนล่ะ!!!!!(นั่นสิ!)ว่าแต่แกรีบไปเถอะไอ้หนู อ๊ะ!จริงสินะ ไม่รู้ว่าจะไปยังไงงั้นสิ....งั้นก็ถึงตาแกแล้วแหละเจ้าลิงงง!!!!(ยิงสำแสงใส่มอนตะ)

 

 

 

มอนตะ - เจี๊ยกกกก!!!!!!

 

(ไว้อาลัยแด่เจ้าลิงหน้าหักสองวิ....)

 

 

 

 

 

และแล้ว...

 

 

 

ลิงน้อยมอนตะก็กลายเป็น........คิงคอง...O_o!?....

 

 

 

คิงคองมอนตะ(!?) - (กำยำองอาจ ผงาดล้ำค้ำฟ้า พสุธากัมปนาท วาโยธาตุคำรน)โฮกกกก!!!!! กร้าซซซซซซ~~!!! MAXXXX~~~~~~!!!!!!

 

 

 

ฮิรุม่า - รับไปซะเจ้าลิงตูดหมึก!!!!!!!(เขวี้ยงเซนะ)

 

 

 

เซนะ - =[]=!!!!!!(กลัวจนร้องไม่ออก)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - แคชท์MAX~~!!!! (โดนตีลังการับเซนะ สไลด์ลงกับพื้น(บ้านราบเป็นแถบ) ชี้นิ้วขึ้นฟ้า อาโช๊ะ=3=!!!)

 

 

 

คุริตะ - ไนซ์พาสฮิรุมะคุง~ ไนซ์แคชท์มอนตะคุง~ ^[]^( ยังมีอารมณ์พูดประโยคแบบนี้อยู่อีกเรอะ!!)

 

เดวิลแบ็ท - โก ทู ไวท์ไนท์ แคสเซิ่ล YA--HAAA~~!!!!!(พ่นไฟ)

 

 

 

ฮิรุม่า - (ไม่รู้เรื่องแต่เอากะเค้าด้วย) YA--HAAA!!!!!!เคี๊ยกๆๆๆ!!!! ไปถล่มมันให้ราบบบ~~!!!! (รัวปืนกลสองมือยี่สิบแมกอย่างเมามันส์) (ว่าแต่เค้าไปงานเต้นรำไม่ใช่แข่งอเมริกันฟุตบอลนะเฟ้ย!)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - ซิ่งแบบMAX~~~!!!!!!*[]*~~!!!!!!!!!!!! (วิ่งท่าคิงคอง พร้อมกับพ่นไฟออกจากปาก...(!?))

 

 

 

เซนะ - =[]=...(น้ำลายฟูมปากหมดสติไปนานแว้ว..)

 

 

 

คุริตะ - ไปดีมาดีนะ~เซนะคุง!มอนตะคุง! (โบกผ้าเช็ดหน้าไหวๆ) (ทำไมทำอย่างกับว่าเขาแค่ไปปิคนิคกันอย่างนั้นล่ะเฮ่ย!)

 

 

 

เดวิลแบท - เวทย์มนตร์จะมีผลถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้นนะ YAAA HAAAA!!!!!!!!!! (เป่าโทรโข่งตะโกนไล่)

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.....ตัดมาที่...ห้องโถงของ โอโจ....

 

 

 

 

 

ป๊อง!

 

โครมมม!!!

 

 

 

(ปราสาทโผล่ขึ้นมา ก่อนจะร่วงลงกับพื้น= =")

 

 

 

.....แน่นอนว่าต้องมีองค์ชายชิน....

 

 

 

 

 

ป๊อง!...

 

(ชินโผล่ หล่นตุ้บลงบนบัลลังก์...หน้ายังเอ๋ออยู่..)

 

 

 

 

 

...พระสหายซากุราบะ...

 

 

 

 

 

ป๊อง!...

 

(ไอดอลของเราโผล่ขึ้นมาอีกคน)

 

 

 

 

 

....แว่น...

 

 

 

 

 

ป๊อง!

 

(ทาคามิโผล่...)

 

 

 

 

 

และ....ตัวประกอบ....ทั้งหลาย...เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน...ละมั้ง..?

 

 

 

 

 

ป๊องๆๆๆ!!

 

(ตัวประกอบขี้เกียจลิสต์รายชื่อโผล่..)

 

 

 

ซากุราบะ - น...นี่มันอะไรกัน ไม่ใช่ว่าเรากำลังฝึก บาลิสต้า อยู่เหรอ!? ล...แล้วที่นี่มันที่ไหน แล้วชุดนี่มันอะไร!!? (ตาลายไปหมด)

 

 

 

ทาคามิ - (ขยับแว่น ชิ้งงง~) เท่าที่วิเคราะห์ดูรู้สึกว่าเราจะอยู่ในฟิคทุนต่ำเรื่องนึงนะ....(ไอ้ที่ว่าฟิคทุนต่ำนี่หมายฟายว่ายังไงเคอะ=__,=!!)

 

 

 

ชิน - ..............

 

(กะใจจะไม่พูดอะไรหน่อยเลยเรอะ!?)

 

 

 

....ที่นี่คืองานเลี้ยงหาคู่ขององค์ชายชินยังไงล่ะ!!!...

 

 

 

ซากุราบะ - (หันขวับ...สีหน้าช็อคโลก) ชินเนี่ยนะ=[]=!!!? (เสียงสูงปรี๊ด....อารมณ์ประมาณว่า....คนอย่างชินมีแฟนเป็นกับเค้าด้วยเรอะ!?)......อ...เอ๊ะ!?....ว่าแต่เสียงที่พูดอยู่นั่นใครน่ะ!!!!?!?!?

 

 

 

ทาคามิ - .....= =...(ขยับแว่นชิ้งง....)ชั้นว่าชั้นได้กลิ่นทะๆนะ...คล้ายๆกลิ่นดอกลาเวนเดอร์(!?)

 

 

 

ชิน - ............... (ยังคงหน้านิ่งเป็นปูนปั้น)

 

 

 

 

 

....(ไม่ใส่ใจกับอาการโอเว่อร์แอคติ้งของซากุราบะ)ในขณะที่ทุกคนกำลังเอนจอยกับงานอยู่นั้นเอง....จู่ๆก็มีเสียงโครมครามดังขึ้นนอกปราสาท!!!!....(ว่าแต่นี่ยังเป็นเรื่องซินเดอเรล่าอยู่อีกเรอะ!?)

 

 

 

 

 

โครมมม!!!...

 

 

 

 

 

....นั่นไง...พูดไม่ทันขาดคำ...

 

 

 

 

 

ซากุราบะ - เกิดอะไรขึ้นข้างนอกน่ะ~~!!! (วิ่งออกไปดู....รู้สึกจะกระตือรือร้น...มาก...= =*)

 

 

 

ทาคามิ - (วิ่งออกไปด้วยคน ไปเฝ้าซากุราบะ....(?))

 

 

 

 

 

....สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ!!...

 

 

 

 

 

คิงคองมอนตะ - (กำยำองอาจ ผงาดล้ำค้ำฟ้า พสุธากัมปนาท วาโยธาตุคำรน......อีกครั้ง) กร๊าชชชชชชชชชช!!!! MAX~~!!!!!!!! (พ่นลำแสงใส่บ้านเรือนและผู้คน)

 

 

 

ซากุราบะ - นั่นมัน....สัตว์ประหลาด=[]=!?

 

 

 

ทาคามิ - ไม่ใช่! นั่นมัน.....

 

 

 

ควับ!!!

 

 

 

ชิน - อายชิลด์21!!!!!! (ชี้มือไปตรงเซนะในมือคิงคองมอนตะ)

 

 

 

(เงียบฉี่...)

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

ซากุราบะ/ทาคามิ - (หันไปทางชิน...โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่..................ไม่ใช่สิ.... ที่น่าตกใจน่ะมัน........)

 

 

 

ซากุราบะ - น....นี่...ชิน..= ="""....จะบอกว่าอายชิลด์ มันก็ถูกนะ...แต่ว่า....ตอนนี้น่ะปกติเค้าต้องตกใจกับประหลาดยักษ์นั่นไม่ใช่เรอะ=[]=!!!?(สีหน้าสุดอเมซิ่ง แกมองข้ามไอ้ตัวยักษ์นั่นไปได้ยังง้ายยยย!!!)

 

 

 

ทาคามิ - ร...หรือว่าสายตาชินเอาไว้แสกนอายชิลด์บนฟิลด์โดยเฉพาะ....= =....(ครุ่นคิด)

 

 

 

 

 

....เจ้าคิงคองเริ่มเข้ามาใกล้ปราสาทมากขึ้นเรื่อยๆ...

 

 

 

 

 

คิงคองมอนตะ - ก๊าซซซซซซซซซซ*[]*~~!!!!!!

 

 

 

ชิน - ไม่ว่ายังไงตอนนี้ก็ต้องหยุดมันไว้ก่อน...(ขยับถุงมือ ตั้งท่าจะไปแท็กคิงคองยักษ์(!?))

 

 

 

ซากุราบะ - เดี๋ยวก่อนสิชิน! ตัวมันใหญ่ขนาดนั้น ถึงนายจะแรงควาย... ม...ไม่ ไม่ใช่- -* ชั้นหมายความว่า(คิดหาคำอื่นที่ดูดีกว่านี้) ถึงนายจะเก่งขนาดไหน แต่ถ้าบุกไปสุ่มสี่สุ่มห้ามันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา.....อีกอย่างนึงนี่มันการ์ตูนกีฬานะ ไม่ใช่การ์ตูนไฟต์ติ้งซักหน่อย ทำไมต้องมีฉากต่อสู้ด้วยเล่า=[]=!!!!!! (กุมขมับ โวยวาย ฯลฯ)

 

 

 

ทาคามิ -(ขยับแว่น ชิ้งง...) ....= =+....อายชิลด์ใช่ไหมล่ะ..?(พูดเหมือนจะรู้...รู้อะไร???)

 

 

 

ชิน - .............(ตาขวาง)

 

 

 

ซากุราบะ - (มองสลับไปมาระหว่างชินกับทาคามิ) น...นี่...นี่= =!!!....พูดอะไรกันน่ะ ทำไมชั้นไม่รู้เรื่องเลยล่ะ!!! นี่ๆ บอกกันมั่งสิ! พูดอะไรออกมาบ้างสิ~!!! อย่าเอาแต่สบตากันสิ=[]=~!!!

 

 

 

ทาคามิ - (ไม่ใส่ใจซากุราบะ)......เข้าใจล่ะ...(ขยับแว่น..)

 

 

 

ชิน - ...................

 

 

 

(.....ภาษาสากลโลกการ์ตูน....สบตาสื่อภาษาใจ...)

 

 

 

ทาคามิ - แต่ถ้าหากจะปราบมันลงจริงๆล่ะก็= =!!! (เก๊กท่าผู้รู้) ต้องตัดหางมันออกมา!!!!!

 

 

 

ชิน - ..........อย่างนั้นเหรอ....(ขยับถุงมือ หน้าพี่ท่านยังคงนิ่ง......ประหลาดใจสักหน่อยไม่ได้เรอะ!!!!)

 

(ว่าแล้วมนุษย์กล้ามเนื้อเธอก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วแสง....พริบตาเดียวก็หายวับ...)

 

 

 

ซากุราบะ - ป....ไปซะแล้ว...(เหงื่อตก....หันมาทางทาคามิ ยังมีเรื่องที่ข้องใจ)....ว่าแต่...........ทำไมถึงต้องตัดหางล่ะ!?

 

 

 

ทาคามิ - เรื่องนั้น....(คุ้ยกระเป๋า)ก็ในหนังสือนี่เขาบอกว่าตัดหางแล้วจะกลับร่างเดิมนี่- -+(ชู ดราก้อนบอล..)

 

 

 

ซากุราบะ - =[]=!!!(....อึ้ง)....การ์ตูนเนี่ยนะ!!!!.......(ค่อยๆหันไปทางชินช้าๆ......จะรอดไหมเนี่ยเพื่อนฉัน!!?)

 

 

 

.

 

 

 

ในเวลาเดียวกันนั้น....คุณชินก็วิ่งฝ่าซากเมืองไปยังเจ้าลิงยักษ์ตัวนั้นเสียแล้ว......ว่าแต่นี่มันจะกลายพันธุ์เป็นเรื่อง ชินผู้ฆ่าลิงยักษ์ รึไงเนี่ย= =!?

 

 

 

สู้ต่อไป....ชิน เซย์จูโร่......วิ่ง เสปียร์แท็ก ฟัด! (อะไรกันนั่น!?)

 

 

 

 

 

คิงคองมอนตะ - กร๊าซซซซซซซซซ=[]=~~!!!!!!! MAXXX~~!!!!!!! (กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง)

 

 

 

(ชินวิ่งเข้ามาประจันหน้า ขยับถุงมือหักข้อนิ้วกร้อบแกร้บ)

 

 

 

SHIN VS KINGKONG MONTA (ตัวหนังสือตัวเท่าควายโผล่)

 

 

 

ชิน - (ตาขวาง)..........รีซีฟเวอร์ทีมเดมอนนี่.....(.......พี่แกไม่ได้ดูคนจากหน้าจริงๆ...- -*)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - กร๊าซซซซซซซ~~~!!!!!!! (ง้างเท้าจะเหยียบคุณชิน)

 

 

 

(คนแต่งแทบจะพุ่งเข้าไปฆ่าลิงในฟิค....แต่ยั้งตัวเองไว้ได้ทัน)

 

 

 

โครมมม~~!!!!!!!

 

 

 

ผู้บรรยายแมชชีนกันที่คนแต่งไม่แน่ใจว่าชื่อภาษาไทยสะกดยังไง(งานนี้มันก็ยังมา...) - โอ้ววววว จมลงไปแล้วคร้าบบบ ท่านผู้ชม!!! ชิน เซย์จูโร่ แห่งโอโจไวท์ไนท์ถูกคิงคองยันจมดินไปแล้วคร้าบบบ~!!!(หัวจักรปั่นหมุนติ้วๆ)

 

 

 

โอนิเฮ - ถึงชินจะเป็นไลน์แบ็คเกอร์ที่เก่งขนาดไหนแต่เจอเข้าไปอย่างนี้ก็คงจะเอาไม่อยู่จริงๆนั่นแหละ...(วิเคราะห์)

 

 

 

โทระคิจิ - .......(เหงื่อตก......)

 

=...........และเพราะคุณโอนิเฮพูดอย่างนั้น....ก็เริ่มรู้สึกว่า....เรื่องมันต้องจบลงอีกแบบแน่ๆ..........=

 

 

 

โอนิเฮ - ....เฮ้....เฮ้... =___=llll

 

 

 

(ว่าแต่โผล่มายังไงเนี่ย- -lll สามคนนี้)

 

 

 

ครึ่ๆๆๆ...

 

...เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น....คล้ายฝุ่นผงที่ร่วงกราวลงกับพื้น

 

 

 

ผู้บรรยาย - อ๊ะ โอ้ววว!!! มันอะไรกันนั่นครับคุณผู้ชม....คุณผู้ชมเห็นนั่นไหมครับ~~!!!? โอ้วววววว*[]*!!!!!!!! (หัวหมุนติ้วๆจนคล้ายพัดลม......มีคนมานั่งตากลมกันหน้าสลอน...เย็นสบาย~)

 

 

 

(เท้าของคิงคองมอนตะถูกยกขึ้น)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - กร้าซซซ~!!!!!!!

 

 

 

ชิน - (เบ่งพลังคอสโม่จนกล้ามปริ..(!?))...จงลุกโชนขึ้นมา คอสโม่ของชั้น....ระเบิดพลังเซเว่นเซนส์!!!!...(โยนคิงคองกระเด็น)

 

 

 

โครมมมม!!!!

 

 

 

ผู้บรรยาย - โฮ้วววว ชินแห่งโอโจล้มเจ้าลิงยักษ์นั่นคว่ำไปแล้วครับท่านผู้ชม!! ว่าแต่นี่ไม่ใช่เซนต์เซย่านะคร้าบบบบ!!! เบ่งพลังกันข้ามเรื่องแบบนี้จะโดนหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์เขาไหมล่ะเนี่ยยย!!!!......อ...อ..โอ้วววว เจ้าคิงคองยักษ์นั่นยังไม่ยอมแพ้ครับ! มันลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วครับท่านผู้ชมมม!!!!! นี่มันอะไรกันเนี่ยยย เอเลี่ยน ปะทะ พรีเดเตอร์....เสก๊า ปะทะ แอสซาซิน......ชิน ปะทะ คิงคองงง!!!!!!(แหกปากใส่ไมค์.....)

 

 

 

 

 

......ต้องตัดหาง...อ๋าง....อ๋าง....อ๋าง...... (เสียงทาคามิดังเป็นเสียงเอคโค่..)

 

 

 

 

 

ชิน - ..........(หรี่นัยน์ตา....พุ่งไปยังข้างหลังมอนตะ)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - โฮกกกก~!!!!! (หันตามแต่หันไม่ทัน....- -*...)

 

 

 

 

 

จึ้ก...

 

 

 

 

 

...ชินเอานิ้วจิ้มหางเข้าให้หนึ่งจึ๊ก...

 

 

 

ชิน - .....หางแกจะระเบิดภายใน7วิ.....(หน้านิ่งสุดๆ..)

 

 

 

.

 

 

 

โพล้ะ!!!

 

(มันระเบิดจิงๆด้วยอะตะเอง= =!!!!)

 

 

 

คิงคองมอนตะ - เจี๊ยกกกกกกกกก MAXXXX~~!!!!!! (ร้องโหยหวน....นกที่บินอยู่ในรัศมีร้อยกิโลพากันร่วงลงมาเด้ดสะมอเร่.......ก่อนร่างคิงคองยักษ์จะค่อยๆล้มลง)

 

 

 

เซนะ - หวา~~~....(หลับตาปี๋ ร่วงลงไปกับมอนตะด้วย)

 

 

 

ผู้บรรยาย - มันเป็นไปแล้วครับท่านผู้ชม!!!มันเป็นไปแล้ว!!!ผลสรุปที่ไม่น่าจะเป็นไปได้!!!!! ชินแห่งไวท์ไนท์ล้มเจ้าคิงคองตกมันนั้นได้ในที่สุดคร้าบบบ.....ว่าแต่ไอ้ท่าสุดท้ายนั่นมันหมัดเทพเจ้าดาวเหนือของเคนชิโร่เขาไม่ใช่รึไงกันน่ะคร้าบบบ=[]=!!!!

 

 

 

(ตัวของมอนตะค่อยๆหดลง....จนกลับมาเป็นลิงอย่างเดิม............กลายเป็นว่าเซนะนั่งทับลิงอยู่ซะงั้น...)

 

 

 

ชิน - .........อายชิลด์21.......(ปรายตามองลงมา)

 

 

 

เซนะ - ....=[]=...อะ....(ลืมไป....นี่เรามาปราสาทโอโจนี่หว่า..)....ค...ค...คุณชิน.....(จะดีใจหรือเสียใจดีที่มาเจอสภาพแบบนี้..?)

 

 

 

..........................เงียบ.......................

 

 

 

..........สายลมพัดผ่าน........

 

 

 

...................

 

 

 

.

 

 

 

มอนตะ - ......หนัก...MAX......(โดนทับ)

 

 

 

เซนะ - อ....อ้าว มอนตะ โทษทีๆ^ ^lll...(รีบลุก..)

 

 

 

ชิน - ...................

 

 

 

................

 

....................บรรยากาศหนักอึ้งจนน่าประหลาด...- -lll....

 

 

 

......พูดอะไรกันบ้างเซ่!!!!.....

 

 

 

 

 

เซนะ - .....อะ.....(จะพูดอะไรล่ะ)....คุณชิน....ขอบคุณมากนะครับ...(โค้ง)

 

 

 

ชิน - ............(โค้งตอบ)

 

 

 

เซนะ - อ่า.....ขอบคุณมากจริงๆครับ (โค้งอีก)

 

 

 

ชิน - ............(โค้งตอบอีก)

 

 

 

เซนะ - ต้องทำให้เดือดร้อนอีกแล้ว..(โค้งอีกที)

 

 

 

ชิน - .............(ก็ยังโค้งตอบ)

 

 

 

เซนะ - ขอบคุณจริงๆนะครับ (โค้งงง)

 

 

 

ชิน - ................(โค้งตอบ)

 

 

 

 

 

......ไม่มีประเด็นอื่นจะให้พูดแล้วเร้อออ!!!!!!....

 

 

 

 

 

เซนะ - ง่ะ ขอโต้ดก้าบบบบบTT[]TT

 

 

 

ชิน - .............(หน้านิ่งเป็นพระอิฐ)

 

 

 

........................

 

 

 

.............เงียบกันไป.....

 

 

 

ชิน - (ในที่สุดก็เริ่มประโยค.....) .....มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะ?....

 

 

 

เซนะ - อะครับ....เรื่องมันย้าวยาวอะครับ แหะๆ...^ ^llll...(เหงื่อตก)

 

 

 

------- เล่าเท้าความกันไป -------

 

 

 

เซนะ - ก็......อย่างที่เล่าไป อ่าครับ......(ก้มๆหน้า)

 

 

 

ชิน - .........อืม............(ทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง)

 

..............(ไม่ผิดแน่......ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง....แต่นี่พวกเราอยู่ในเรื่องซินเดอเรล่าจริงๆสินะ.....)

 

 

 

เซนะ - (ถอดอายชิลด์ออกสูดอากาศ)เฮือกกก.....นึกว่าจะตายจริงๆซะแล้วTT TT....(น้ำตาไหลพรากๆ)

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

สวบ...สวบ....สวบ....

 

 

 

ชินนน~

 

 

 

อยู่ไหนน่ะ~~

 

 

 

เซนะ - ม...มีคนมา=[]=!!!! (ตกใจจนทำหมวกหลุดจากมือ)

 

 

 

ชิน - .....(เดินหน้านิ่งๆ...เข้าไปเก็บ)

 

 

 

.

 

 

 

ซากุราบะ - อ้าว ชิน! อยู่นี่เองเหรอ ชั้นกับคุณทาคามิตามหาตั้งนานแน่ะ!!

 

 

 

ทาคามิ - เห็นไหม ที่ฉันบอกว่าตัดหางแล้วจะสิ้นฤทธิ์เป็นเรื่องจริงใช่ไหมล่ะ...= =+ (ขยับแว่น)

 

 

 

ชิน - .............(ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น....มือถืออายชิลด์...)

 

 

 

ซากุราบะ - อ้าว นั่น!!! มันของอายชิลด์21 ทีมเดมอนนี่นา!!!...นายได้มาได้ยังไงน่ะชิน?

 

 

 

ชิน - ...มันตกอยู่น่ะ....(เสียงเรียบมาก...)

 

 

 

เซนะ - (แอบอยู่หลังคุณชิน).......TT TT....(หนีไม่ทันอ่า......แต่จะให้ใครรู้ว่าเราเป็นอายชิลด์ไม่ได้น้า....ถึงจะเป็นในโลกนิทานก็เห้อ....)

 

 

 

ซากุราบะ - (เริ่มผิดสังเกต) เอ๊ะ! ชิน.....ข้างหลังนายนั่นมันอะไรน่ะ....?

 

 

 

ชิน - ......ไม่มีอะไร...(หน้านิ่ง)

 

 

 

ซากุราบะ - แต่ชั้นว่าชั้นเห็นอะไรสีน้ำตาลแว่บๆนา.....(มุ่นหัวคิ้ว....)

 

 

 

(พ่อแว่นทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เหมือนมีอะไรมาสะกิดสมอง ชิ้งงง.......)

 

 

 

ทาคามิ - .......อะ.....(ถึงบางอ้อ...)

 

 

 

ชิน - .............

 

 

 

เซนะ - (ตัวสั่นงันงก)(หวา....คุณทาคามิรู้แล้วอ่า ทำไงดีอ่าTT[]TT~~)

 

 

 

ซากุราบะ - เห....อะไรเหรอครับคุณทาคามิ...นึกอะไรขึ้นได้หรือครับ? (หันขวับ)

 

 

 

ทาคามิ - เปล่า ชั้นก็แค่.....นึกได้ว่าลืมปิดน้ำที่ปราสาทน่ะ!(แถไปโน่นนน...).....ไป ซากุราบะ ไปปิดน้ำเป็นเพื่อนหน่อย ถ้าปล่อยให้มันไหลทิ้งจะไม่ดี...(ลาก)

 

 

 

ซากุราบะ - อ...เอ๋.......แค่ปิดน้ำนี่ต้องมีเพื่อนไปปิดด้วยเหรอคร้าบบ=[]=lll...(เหงื่อตก)

 

 

 

ทาคามิ - เถอะน่า~!!....เดี๋ยวชินเขาก็กลับไปเองนั่นแหละ..ชินเขาดูแลตัวเองได้...(หันมาทางชิน)..................-___,-+...(หัวเราะหึๆ ขยิบตาให้)

 

 

 

ชิน - ..............- -......(สีหน้าปั้นยาก)

 

 

 

ซากุราบะ - อะไรกันน่ะ=[]=!? (งงสุดๆ)

 

 

 

ทาคามิ - เอาเถอะๆๆ...ไปกันได้แล้ว...(ลากออกไปลับตา.......)

 

 

 

.

 

 

 

ชิน - (มองจนแน่ใจว่าไปแล้ว).........ออกมาได้แล้วล่ะอายชิลด์....

 

 

 

เซนะ - (เกาะผ้าคลุมคุณชิน โผล่หัวออกมาจากข้างหลัง) ง...ง่า.....นึกว่าจะถูกจับได้ซะแหล่ว...TT TT...(หัวใจจะวาย..)

 

 

 

ชิน - ......................(พี่แกเงียบตามเคย)

 

 

 

เซนะ - ขอบคุณ คุณชินอีกครั้งนะครับ ต้องให้ช่วยอีกแล้ว^ ^lll แหะๆๆ...(โค้ง)

 

 

 

ชิน - .........อืม.....(พยักหน้ารับน้อยๆ)

 

 

 

 

 

....โอย...ลีลากันอยู่ได้.......ใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืนแล้วนะเฟร้ยย!!!!!

 

 

 

 

 

(เงียบ....)

 

 

 

 

 

.......นี่ๆ บอกว่าใกล้เที่ยงคืนแล้วยังไงล่ะ!!!!....

 

 

 

 

 

ชิน - (เห็นยังเงียบอยู่เลยสะกิดเซนะ)......ต้องกลับไปก่อนเที่ยงคืนไม่ใช่เรอะ- -.....

 

 

 

เซนะ - อ....เอ๋~!?(งงไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้...) เย้ยยย!!! จริงด้วย=[]=!!!!!.....หวาๆๆ....

 

 

 

ชิน - ......เดี๋ยวเรื่องก็ไม่จบกันพอดี....(หน้านิ่ง)

 

 

 

เซนะ - ถ...ถ้างั้นผมต้องขอตัวก่อนนะค้าบTT[]TT!!!! (วิ่ง)

 

 

 

ชิน - เดี๋ยวก่อน- -!!!

 

 

 

(เสปียร์แท็กจับไว้)

 

พลั่ก!!!

 

 

 

เซนะ - อุ้ก! (จุกไปถึงลิ้นปี่....=w=...).....ม.....มีอะไรเหรอครับคุณชิน...TTwTT...(ค่อยๆหัน..น้ำตาไหลพราก.....เจ้บบบ...)

 

 

 

ชิน - .......ดูแลตัวเองดีๆด้วย......

 

 

 

เซนะ - (หน้างง)......เอ๋?

 

 

 

ชิน - .......อย่าให้โดนอะไรแบบนี้อีก.....เป็นนักกีฬา....บาดเจ็บไปจะเป็นผลเสียกับทีม.......(ว่าเข้าไปนั่น..)

 

 

 

เซนะ - ....อะ....ครับ....จะระวังครับ^ ^lll(นึกว่าอะไร.....=w=lll...)

 

 

 

ชิน - แล้วก็........

 

 

 

เซนะ - (ร้องขึ้นมากลางประโยค)หวา~!!! ผมต้องรีบไปแล้วล่ะครับ=[]=!!! ร...ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณชิน ลาล่ะครับ!!! หวา~~!!!! (พุ่งไปด้วยความเร็วแสง..)

 

 

 

ฟ้าววว~.......

 

 

 

สายลมหนาวพัดผ่าน......ชินยืนแข็งเป็นรูปปั้น

 

 

 

....นี่สินะ....โลกแห่งความเร็วแสง...

 

 

 

..........แต่ว่า.......

 

 

 

ชิน - .......- -".....อายชิลด์.....ลืมทิ้งไว้....(มือยังถือ อายชิลด์ ไว้อยู่...)

 

 

 

..............เงียบหยั่งก๊ะเป่าสาก...

 

 

 

ชิน - (หันมาทางเสียงพากย์).....ต้องเป็นรองเท้าแก้วไม่ใช่รึ...?....

 

 

 

 

 

.....แล้วอิชั้นจะไปตรัสรู้เรอะคะ...?.....บทมันมั่วตั้งแต่มอนตะกลายเป็นคิงคองแล้วเค่อะ...= =lll...

 

 

 

........ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลังจากที่งานเลี้ยงจบลง วิถีชีวิตของเซนะเรล่าก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมๆ....ที่โดนโขกสับเยี่ยงทาส.....

 

 

 

 

 

เซนะ - (ทรุดลงกับกำแพง) กระซิกๆ....ชีวิตเด็กม.ปลายดุจควายทำนา...TT TT....

 

 

 

มอนตะ - รันทดMAX~!!!...(หางหายไปแล้ว...)(ตะกายกลับมาบ้านเอง....เพราะเซนะลืมเก็บกลับมา)

 

 

 

 

 

....กลับกันกับทางฝ่ายวังโอโจที่กระวนกระวายทุรนทุรายคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกชนิดกินไม่ได้นอนไม่หลับ....(บรรยายซะ...)....

 

 

 

 

 

โอทาวาระ - (กระเดือกอาหารจานที่ห้าสิบเข้าปาก)ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! ชิน ไม่กินหน่อยเหรอ!!! (ยิงฟัน....ตาเหล่....เกาตูด....ป้าดดดดดดดดด...)(ไปตดที่อื่นสิว้อยยยย)

 

 

 

ชิน - ....ผมได้รับสารอาหารที่พอเพียงต่อร่างกายครบถ้วนแล้วครับ....(ยกน้ำหนักอย่างบ้าคลั่ง..(!?))

 

 

 

ซากุราบะ - ชิน....นอนพักหน่อยก็ได้นา....^ ^llll...

 

 

 

ชิน - .......การฝึกซ้อมเป็นสิ่งจำเป็น.....(ยังคงฝึกต่อไป)

 

 

 

ทาคามิ - ...............- -lll.....(เหงื่อตก....ไอ้นี่น่ะเรอะกินไม่ได้นอนไม่หลับที่ว่า.....? แล้วคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกกับกระวนกระวายทุรนทุรายล่ะ..???)

 

 

 

ซากุราบะ - .....เฮ้อออ.....ว่าแต่ตกลงว่าที่นี่มันที่ไหนกันน่ะ แล้วเมื่อไหร่เราจะได้กลับไปอ่าTT[]TT~~...แง~~(ดิ้นๆๆ..) อยากกลับบ้านนน~~...

 

 

 

ทาคามิ - ................- -lll....(เหงื่อตกอีกสองเม็ด.....อ๋อ....นี่ไง กระวนกระวาย ทุรนทุราย คิดถึง(บ้าน)ทุกลมหายใจเข้าออก...)

 

 

 

เคร้ง!!!....(ชินวางตุ้มน้ำหนักลง)

 

 

 

ชิน - ......เอาล่ะ.........ออกไปกันเถอะ.......(ขยับถุงมือ.....เดินนำลิ่วๆ)

 

 

 

(พวกที่เหลือสามคนทำหน้างง....)

 

 

 

ซากุราบะ - ช...ชิน=[]=!.....ที่ว่าออกไปน่ะ.....ไปไหนเหรอ....!?...

 

 

 

(พ่อกล้ามเนื้อหันกลับมาเล็กน้อย....)

 

 

 

ชิน - .........ออกไปทำนิทานเรื่องนี้ให้จบยังไงล่ะ........

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

ตัดมาที่คฤหาสน์เดมอนอีกครั้ง....

 

 

 

ฮิรุม่า - เฮ้! เจ้าเตี้ยตูดหมึก!!!....ออกไปซื้อหมากฝรั่งไร้น้ำตาลมาซิ!!!......ถ้าแกซื้อแบบมาน้ำตาลมาละก็ได้พรุนแน่ เข้าใจชัดแล้วใช่ไหม!!!! (รั่วปืนกล ปั่งๆๆๆ..)

 

 

 

เซนะ - หวา~ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบบบTT[]TT~...(วิ่งทั่กๆออกไป.......จับลูกบิดประตู)

 

 

 

 

 

ปั้ง!!!!!..

 

(ประตูเหวี่ยงเปิด น้องเซนะถูดอัดแบนแต๋อยู่ระหว่างประตูกับกำแพง......อาเมน.....- -...)

 

 

 

โอทาวาระ - โอ้!!!! นี่มันพวกทีมเดมอนนี่นา~!!!! (เห็นฮิรุม่ากับคุริตะนั่งหน้าสลอน)....เดมอน....เห็นหน้าแล้วชวนให้รู้สึก.......ปวดตดจริงๆ!!!!!!!!! ฮ่าๆๆๆ!!!!!!!!!!!! (แคะขี้มูก....ป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดด) (เอ็งจะเลิกซกมกซะทีด้ายม้ายยย)

 

 

 

ซากุราบะ - (โผล่เข้ามาอีกคน)เอ....ไหนชินบอกว่าจะจบเรื่องบ้าๆนี่ ไหงกลายมาเป็นมาหาทีมเดมอนซะงั้นล่ะ...?

 

 

 

ฮิรุม่า - (ขัดปืน) ชริ....พวกโอโจงั้นเรอะ.......นี่พวกแกก็ติดอยู่ในที่ประหลาดๆนี่ด้วยเรอะ? (สีหน้าบอกบุญไม่รับ)

 

 

 

คุริตะ - ฮ...ฮิรุม่าคุง.....^ ^lll....

 

 

 

ทาคามิ - .....พอดีว่าชินเค้าตามหาอายชิลด์อยู่น่ะ.... - -+...(ขยับแว่น)

 

 

 

ฮิรุม่า - ชินงั้นเรอะ....ตามหาอายชิลด์งั้นเรอะ........- -+.....นี่อย่าบอกนะว่า....(หรี่ตา...)

 

 

 

ทาคามิ - ..........ก็ประมาณนั้นนั่นแหละ...หึๆๆ....-___,-+....(ยิ้มมุมปาก)...

 

 

 

ฮิรุม่า - ..........-___,-+....ครึๆๆๆ......บอกไว้ก่อนว่าชั้นเรียกค่าสินสอดแพงนะเฟ้ย...(หัวเราะจิต)

 

 

 

(ออร่าสีทะมึนแผ่กระจาย...........เสียงหัวเราะสุดจิตx2= =!!!)

 

 

 

คุริตะ&ซากุราบะ - แง้....น่ากลัววว...TT[]TT~~...(ถอยไปติดมุมห้อง)

 

 

 

โอทาวาระ - เหอ!?...(ยืนยิงฟันไม่รู้เรื่อง......) น่ากลัว....น่ากลัว!!! ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ!!! (เอ็งไม่รู้เรื่องสินะ!) อุ๊ย...ปวดตด (ป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด) (ว้อยยยยยยยยยยย!!!!!!!)

 

 

 

.

 

 

 

แอ้ดดด...ดด...

 

 

 

(ประตูถูกแงะออกจากกำแพง..)

 

 

 

ชิน - ........อายชิลด์21...?....(ก้มมองดูเซนะที่แบนเป็นปลาหมึกทับอยู่หลังประตู)

 

 

 

เซนะ - ....ค...คุณชิน....TT TT.....ขอบคุณมากครับ.....(แบนแต๊ดแต๋..)

 

 

 

ชิน - (ลอกเซนะออกมาจากฝาผนัง สะบัดๆๆ..)......ลุกขึ้น...สวมอายชิลด์ของนายซะ.....(ยัดอายชิลด์ใส่หัวเซนะ)

 

 

 

เซนะ - เอ๋.....อ่ะ...ครับ...(ยังงงอยู่)

 

 

 

 

 

.....และแล้วในที่สุดองค์ชายชินก็ได้เจอคนที่เขาตามหา...(เสียงบรรยายดังอีกครั้ง)

 

 

 

 

 

ซากุราบะ - อะนั่น! อายชิลด์21นี่!...

 

 

 

ทาคามิ - อ้าว.....เจอแล้วเหรอชิน

 

 

 

ฮิรุม่า - (นั่งอ่านหนังสือพิมพ์) เพิ่งจะเห็นเรอะ...- -...

 

 

 

คุริตะ - อ่า! เจอกันแล้วเหรอ!!!....แล้ว.....แล้วเรื่องมันจะเป้นยังไงต่อล่ะ...

 

 

 

ชิน - ......ก็จบน่ะสิ....- -.....

 

 

 

 

 

......ช่ายๆ......แล้วทุกคนก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข..................

 

 

 

.........

 

 

 

.............ชะ!.....ประเดี๋ยวก่อนสิ.......จบเร็วเกินไปแล้ว!!!!.....

 

 

 

 

 

ชิน - .......ก็นิทานซินเดอเรล่ามันจบลงตรงนี้นี่....- -...........จบได้แล้ว....

 

 

 

เซนะ - เอ....นิทานเรื่องซินเดอเรล่าเหรอ อ้อ! (ทุบกำปั้นลงกับมือ) จริงสิ.....เราอยู่ในซินเดอเรล่าจริงๆด้วย... (ถึงบางอ้อ)

 

 

 

ฮิรุม่า - เพิ่งจะรู้เรอะเจ้าเตี้ยตูดหมึก= =!!!(รัวปืน)

 

 

 

เซนะ - ยั้ยยยย=[]=~!!!...(วิ่งไปหลบหลังคุณชิน) น่ากลัวอ่า....TT[]TT

 

 

 

ทาคามิ - .....ที่บอกว่าจะทำนิทานเรื่องนี้ให้จบก็คือแบบนี้สินะ...(ขยับแว่น)

 

 

 

ซากุราบะ - จะได้ออกไปจากเรื่องบ้าๆนี่แล้วววTT[]TT~...(ดีใจ)

 

 

 

โอทาวาระ - เหอ...? (ยังยืนยิ้มเอ๋ออยู่ที่เดิม....ไม่ได้รู้เรื่องกับเขาเล้ย)

 

 

 

 

 

.......ไม่ได้นะ จะจบแล้วเหรอ!!! ....ทำไมมันจบเร็วขนาดนี้....มันยังไม่วายกันเลยยยTT[]TT~ โฮกกกกก.....(เริ่มบ้า)

 

 

 

 

 

ชิน - .....ยอมรับความจริงหน่อยสิ....- -....(พี่แกยังคงหน้านิ่งเป็นพระอิฐ)

 

 

 

เซนะ - อ่านะ....ครับ (เหงื่อตกเมื่อเห็นว่าต้นเสียงบรรยายเริ่มสติแตก)

 

 

 

 

 

.....ไม่!!!!....มันยังจบลงตอนนี้ไม่ได้!!!!...

 

 

 

.........จงตื่นขึ้นมา~! สุดยอดนักรบในตำนาน.......ซุปเปอร์ไซย่า~~!!!...

 

 

 

ทุกคน - !?

 

 

 

มอนตะ - อ...อ....อ้ากกกก~~!!!!

 

(ตัวMโผล่ขึ้นมาบนหัว....เส้นผมกลายเป็นสีทอง+ตั้งขึ้น ออร่าแผ่กระจาย)

 

 

 

ซากุราบะ - มันอะไรกันนั่น=[]=!!!!!!(ตะลึงตาค้าง)

 

 

 

ทาคามิ - นั่นมันซุปเปอร์มอนตะ....ไม่สิ!มาจินมอนตะ= =!!! (มือนึงถือหนังสือการ์ตูนดราก้อนบอลค้างอยู่ มืออีกข้างขยับแว่นชิ้ง...) สุดยอดนักรบแห่งจักรวาล ชาวไซย่าถูกควบคุมซะแล้ว ถึงจะเป็นชินก็เอาไม่อยู่หรอก!!!

 

 

 

 

 

.....ฮ่าๆๆๆๆ!!!.....ไม่มีใครหยุดมาจินมอนตะได้หรอก....แบบนี้นิทานก็ยังยังไม่จบ พวกแกก็ยังต้องติดอยู่ในฟิคนี้ไปเรื่อยๆ ฮ่าๆๆๆๆ...(หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)

 

 

 

(ผู้บรรยายบ้าไปแล้ว!!!)

 

 

 

 

 

ซุปเปอร์มอนตะ - (ลอยอยู่กลางอากาศ ออร่าสีทองแผ่พุ่ง) รู้สึกได้ถึงพลังMAX~!!!!!...ฮ่า~~~!!!!!!!!!...(เบ่งพลัง)

 

 

 

(ลมพัดหัว....เมฆดำหมุนวน...ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง....)

 

 

 

(ฟิคกลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์...- -*..)

 

 

 

 

 

ผู้บรรยายหัวจักร - โฮ้วววว!!!!...มันอะไรกันนั่น!!!! สุดยอดนักรบในตำนาน ซุปเปอร์ไซย่า!!!!! แล้วนี้โอโจและเดมอนจะรับมือยังไงกันล่ะครับเนี่ยยย~~!!!!!

 

 

 

ทาคามิ - ....บ...แบบนี้ก็มีอยู่วิธีเดียว....

 

 

 

ซากุราบะ - คุณทาคามิ....?

 

 

 

ทาคามิ - .....พวกเราจะต้องสร้างสุดยอดนักรบขึ้นมา........ด้วยการ...... ฟิวชั่นนนน=___,=+!!!!!!!! (ออร่าทะมึนก่อตัวพร้อมกับเสียงหัวเรอะ หึหึหึหึหึ...)

 

 

 

ผู้บรรยาย - มาแล้วครับท่านผู้ชม แบล็คทาคามิ! แถมยังป่าวประกาศอีกว่าจะใช้กลยุทธ์ที่ชื่อว่าฟิวชั่นอีกตะหาก โฮ้ววว!!!

 

 

 

เซนะ - เห....ฟ.....ฟิวชั่น..?

 

 

 

ทาคามิ - (พยักหน้า)ตามหลักแล้วต้องมีท่าด้วย แต่ตอนนี้หน้ากระดาษเราไม่พอ.....ฮิรุม่า ช่วยถีบคุริตะมาทางนี้ที= =!!!

 

 

 

ฮิรุม่า - หึหึหึ....ได้เลย(ลั่นปืน)เฮ้ย!!! มุซาชิ เตะเจ้าอ้วนแป๊ะตูดหมึกนั่นซะ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ(จ่อปืน)

 

 

 

มุซาชิ - (เดินเข้ามาท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน) ....-______-....คร้าบ....คร้าบ.....(ตั้งท่า..)

 

 

 

คนอื่น - (ช็อค)...=[]=....(....มันโผล่มาจากไหนฟ่ะ!?...)

 

 

 

คุริตะ - ม....มุซาชิคุง......ม...มาตั้งแต่เมื่อไหร่(เหงื่อแตกพลั่ก)

 

 

 

ทาคามิ - เอาล่ะชิน นายก็ช่วยโยนโอทาวาระไปทางพวกนั้นด้วยนะ= =!..

 

 

 

ชิน - ....รับทราบแล้ว....- -....(ขยับถุงมือ ลั่นข้อกร้อบแกร้บ...)

 

 

 

โอทาวาระ - ฮ่ะ...ฮ่ะ..ฮ่ะ! (ยังคงไม่รู้เรื่อง)

 

 

 

ทาคามิ - เอาล่ะ.......สาม....สอง...หนึ่ง....เอาเลย!!!!!..

 

 

 

มุซาชิ -  ไปเลย!....มุซาชิซุปเปอร์คิกส์!!!!! (ฟาดแข้งเข้าหาคุริตะ.....ว่าแต่ชื่อท่ามันอะไรกันนั่น= =!!!)

 

 

 

ชิน - .....ย่าห์~~!!!!!!!!! (ยกโอทาวาระขึ้น(!?)แล้วโยนออกไป!!!!)

 

 

 

 

 

โครมมมมม~~!!!!

 

 

 

(ร่างของซุปเปอร์ไลน์ทั้งสองลอยละลิ่วเข้าปะทะกันกลางอากาศ...เกิดเสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนสะท้านสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งสามโลก ...หมอกควันฟุ้งกระจาย...สายลมพัดหวน...แสงจ้าสายส่อง....อ่า......โอ้วว.....)

 

 

 

 

 

เซนะ - หวา~~(หลับตาปี่ เค้าไม่กล้ามอง><)

 

 

 

ทาคามิ - ฮะๆๆ...ฮ่าๆๆๆ.....ในที่สุด...สุดยอดนักรบก็ได้ถือกับเนิดขึ้นแล้ว...ฮ่าๆๆๆ.......(หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง.....แต่ในใจกำลังเสียวอยู่ว่าจะกลายเป็นคุริวาระ เวอร์ชั่นเตี้ยล่ำ)

 

 

 

ผู้บรรยาย - โอ้วววว!!!! ควันเต็มไปหมดจนมองอะไรไม่เห็นเลยครับท่านผู้ชม!!!!....อะ....เดี๋ยวๆๆๆ....ควันเริ่มจางแล้วล่ะครับ ผมเห็นใครบางคนอยู่ตรงนั้นด้วย....ล....แล้วเค้าก็คือ....

 

 

 

ทาคามิ - .....โอทาวาระ กับ คุริตะ....รวมกันมันก็ต้องเป็น!

 

 

 

 

 

(ควันเริ่มจางลงเรื่อยๆ...)

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

(ไอ้หนุ่มหน้าไขมัน หน้าจืด ใส่แว่น หัวกระเซิง ใส่เสื้อลายลักกี้สตาร์ มือถือหนังสือเนกิมะ หูใส่หูฟัง ฟังเพลงฮาเระ ฮาเระ ยูไก.....นั่งจ๋องอยู่ท่ามกลางความอึ้ง.....)

 

 

 

.

 

 

 

บุรุษปริศนา - ......เหอ....?...(หน้างง)

 

 

 

 

 

 

 

ทาคามิ - .......อ....อ....โอตาคุงั้นเร้อ=[]=!!!!!!!!(กรีดร้องแทบน้ำตาเล็ด.....มุขอะไรจะตลกร้ายปานนี้!!!)

 

 

 

คนอื่น - ............................= =lll.......(หน้าเจื่อนสนิท..)

 

 

 

 

 

OTAKU Vs SUPER MONTA

 

(ตัวหนังสือตัวเท่าควายโผล่อีกครั้ง...)

 

 

 

 

 

 

 

ซุปเปอร์มอนตะ - นี่น่ะเหรอคนที่จะมาสู้กับชั้น น่าขำMAX~!!!...(สะบัดมือตบผลั่วะ!)

 

 

 

พลั่ก!!!!

 

 

 

โอตาคุ - อ้าคคคคคคค~~~...(ลอยละลิ่วปลิวลม..)

 

 

 

เซนะ&ซากุราบะ - อะไรมันจะแพ้ได้ง่ายดายปานน้านนน=[]=!!!!! (โวย)

 

 

 

 

 

ซุปเปอร์มอนตะ - (เท้าสะเอว)ฮ่าๆๆๆๆ ไม่มีใครหยุดข้าได้อีกแล้ว ข้าคือที่หนึ่งในจักรวาลMAX~~!!!!!!...(หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)

 

 

 

 

 

ปั้ง!!!...

 

 

 

 

 

(เสียงปืนดังลั่น...)

 

 

 

(.....หันไปอีกที.....ก็มีรูกระสุนอยู่บนหัวมอนตะแล้ว...!!!)

 

 

 

เซนะ - มอนตะ!! (เพื่อนช้านน!!!)

 

 

 

ซุปเปอร์มอนตะ - อั้ก!...(กลับร่างเดิม..)

 

 

 

เซนะ - ม...มอนต่า~~!!!!=[]=!!!! (วิ่งสโลวโมชั่น....)

 

 

 

 

 

(ร่างของมอนตะค่อยๆร่วงลงกับพื้น...)

 

 

 

 

 

.......นี่เรากำลังจะตายสินะ.....

 

 

 

.............ไม่น่าเลย.....

 

 

 

.

 

 

 

.........ทั้งๆที่เรา......ยังไม่ได้ทำให้ความฝันในการทำลายสถิติกินกล้วย1000หวีติดต่อกันให้สำเร็จเลย.....

 

 

 

.................ถ้าหากว่าเรา.....ยังมีชีวิตอยู่ต่ออีก...

 

 

 

 

 

................................ก็อาจจะ....

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

มอนตะ - รีบอร์นนนMAX~~!!!!!! (ฟื้นขึ้นมาในสภาพกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว)

 

 

 

เซนะ - เจ้ย=[]=!!!! (ถอยกรูด)

 

 

 

มอนตะ - (ไฟลุกท่วมหน้าผาก พุ่งเข้าหากล้วยอย่างรวดเร็ว)  ทำลายสถิติMAXX~~!!!!! กินมันเข้าไปจนกว่าจะท้องแตกตายไปข้างงง=[]=!!!!! (เริ่มต้นยัดกล้วยเข้าปากด้วยความเร็วแสง)

 

 

 

ชิน - .....................(เงียบตามเคย)

 

 

 

ผู้บรรยาย - ไม่ผิดแน่ๆ มันคือกระสุนดับเครื่องชนจากเรื่องรีบอร์นจริงๆนั่นล่ะครับท่านผู้ชม!!!!!ว่าแต่เราจะล้อการ์ตูนหลายเรื่องเกินไปแล้วนะคร้าบบบ~~!!!!!!!(จะอมไมค์เข้าไปอยู่แล้ว)

 

 

 

มุซาชิ - ...-___-....นายไปได้มาจากไหนน่ะฮิรุม่า....

 

 

 

ฮิรุม่า - เคี้ยกๆๆๆๆ......(ไม่ตอบ).....ว่าแต่เจ้าผู้บรรยายตูดหมึก! ถ้าเป็นแบบนี้เรื่องก็จบได้แล้วใช่ไหมล่ะ!!!! (คว้าบาซูก้า)

 

 

 

 

 

.......ม....ไม่จริง......ทำไมมาจินมอนตะถึงถูกมันปราบลงได้.......

 

 

 

 

 

ฮิรุม่า - คิดจะต่อกรกับชั้นยังเร็วไปร้อยปีแสง เจ้าผู้บรรยายตูดหมึก!!! YA---HAAA~~!!!!!! (รัวปืน)

 

 

 

 

 

.............ก็ได้....ชริ.........ฝากไว้ก่อนเถอะ.....ซินเดอเรล่าไม่ได้...คราวหน้าจะเอานิทานเรื่องอื่นมาเล่นพวกแก!!!!......

 

 

 

 

 

ทาคามิ - ว่าแต่ตกลงนี่ยังเป็นเรื่องซินเดอเรล่าอยู่อีกเหรอ...

 

 

 

ซากุราบะ - ...น...นั่นสิ....= =lll....

 

 

 

 

 

......หนวกหูน่า!!!.....

 

 

 

..........และแล้วพวกเขาก็อยู่กันอย่างสงบสุข...ตลอดไป.......

 

 

 

 

 

...................................จบก็ได้ฟ่ะ......

 

 

 

 

 

..................................................THE END................................

 

 

 

 

 

*************************************************************** 

 

มีใครทนอ่านมาถึงตรงนี้รึเปล่าเนี่ย....

ถ้ามีก็ขอขอบพระคุณในความอดทนของพวกท่านมากนะคะTT TT....อิชั้นล่ะซึ้งใจ....

.

ฟิคอายชิลด์เรื่องแรกแบบสั่วๆ....ขอโทษในความมั่วนะคะ!

แบบว่า...คิดอะไรออกก็พิมพ์ลงไปเลย...- -....

 

เซนะ - ทั้งๆที่ชื่อตัวเป็นชื่อเรื่องทำไมรู้สึกว่าบทมันน้อยอย่างนี้นะ

ชิน - หมอนี่ก็ทื่อซะ....- -........แบบว่ายังกะไม่ค่อยถูกว่าพี่แกอารมณ์ประมาณไหน......

มาโมริ - รู้สึกผิดเล็กน้อยที่เจ๊แกตายแต่ต้นเรื่อง แถมเป็นโรคประหลาดตายซะอีก ก้ากกก...

มอนตะ - ....ตัวลงมุข....มีมุขอะไรลงกับมันหมด.........ว่าแต่ตกลงว่ามอนตะเป็นชาวไซย่ารึเนี่ย= =!!?

ฮิรุม่า - รู้สึกว่าบทยังไม่สะใจ....น่าจะใส่ได้มากกว่านี้....แต่ขี้เกียจ.....ซะงั้น...

มุซาชิ - ถามจริงลุงโผล่มาเพื่ออะไร?

คุริตะ - =w=....น่าสงสาร

ซากุราบะ - แต่งแล้วทำไมมันขี้โวยวายอย่างนี้ฟ่ะ

ทาคามิ - บทเยอะเกินไปหน่อยแล้วนะเฟ้ย!

โอทาวาระ - เป็นตัวละครที่คนแต่งคิดบทได้สิ้นคิดที่สุด

ผู้บรรยายหัวจักร - ง่า....ที่ไม่รู้จะเขียนชื่อยังไงก็เพราะว่าคนแต่งดูอนิเม แล้วอ่านมังงะเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้ซื้อภาษาไทย เลยไม่แน่ใจเรื่องชื่อ....ขอโต้ดด้วยง้าบ...

โอนิเฮ+โทระคิจิ - .......มาฮาสองวิแล้วจากไป....=w=lll.....อะไรกันนั่น...

.........อ่า...ยังไงก็ขอบคุณจริงๆที่เข้ามาอ่านฟิคของข้าน้อยนะขอร้าบบ....(โค้ง...)

 

แต้งกิ้ว MAX~~!!!!!!!!!>

 

 

edit @ 23 Dec 2007 22:25:01 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 23 Dec 2007 22:29:39 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 23 Dec 2007 22:35:04 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 11 May 2009 12:51:38 by D.C.เก้าแต้ม

[เรื่องสั้น]...โชคดี...

posted on 02 Dec 2007 19:48 by dc9spot  in STORY

 

 

...ผมนี่เป็นคนที่โชคดีจริงๆ...

 

ผมชื่อ โชคดีครับ...แล้วชีวิตผมมันก็มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นจริงๆเหมือนชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งให้ผมนี่แหละ....

อย่างวันนี้ก็เป็นวันที่โชคดีของผม...เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ของผมท่านออกไปทำงานแต่เช้าและไม่ค่อยจะกลับบ้าน ส่วนมากผมก็เลยมักจะเป็นคนทำอาหาร,ทำงานบ้านเอง...โชคดีจริงๆนะ ผมก็เลยถนัดเรื่องพวกนี้มากกว่าเด็กคนอื่นๆไง...จะว่าไปก็โชคดีจริงๆที่ผมมีพ่อแม่ที่เอาการเอางานแบบนี้...

อ๊ะ!...ไหม้ซะแล้ว...อาหารเช้าของเรา อืม...โชคดีนะเนี่ยที่ไม่ไหม้ไปทั้งบ้าน...ดีจริงๆเลยนะ...

....หือ...?...อะไรเนี่ย...ไม่เหลืออะไรในตู้เย็นแล้วเหรอ...!?

....

......อืมๆ...ก็ดีแล้วล่ะช่วงนี้รู้สึกว่าตัวชักจะหนักๆ ลดความอ้วนหน่อยก็ไม่เสียหาย

ผมเดินทางไปโรงเรียนด้วยการนั่งรถเมล์ครับ...ถึงจะมีควันพิษเยอะไปหน่อยแต่มันก็ประหยัดค่าใช้จ่ายดีนะ...ผมนั่งไปก็คิดๆไปด้วย ว่าวันนี้จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตเรากันนะ...?

 

เอี๊ยดดดด...

โครม!!!!!!!

 

...เอ๋...หือ?...อะไรป้ายหน้าไปน่ะ...โชคดีจริงๆนะ...เฉียดไปไม่กี่นิ้วเอง...ไม่งั้น.......เอาเถอะๆ...ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างก็แบบนี้ล่ะนะ...

ผมขยับตัวนั่งเปลี่ยนมุมมองให้เห็นชัดขึ้นอีกนิด...โอ้!...นั่นมันรถชนกันนี่นะ...ที่ป้ายหน้าเราไปเมื่อกี้ใช่ไหมน่ะ? ชนกับรถคันข้างหน้าสินะ....แหมๆ! อะไรมันจะโชคดีปานนั้น! นี่ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้ชนรถคันที่เรานั่งอยู่น่ะ!

ว่าแต่แล้วเราจะออกเดินทางกันต่อรึยังล่ะ...หา...หือ?...ปิดถนนงั้นหรอ? อ่า...ก็นั่งรถต่อไปไม่ได้แล้วสินะ...

ก็ดีเหมือนกัน...ออกกำลังกายเดินไปโรงเรียนซะบ้าง สุขภาพร่างกายจะได้แงแรงไง!

...โอ้...วันนี้ช่างเป็นวันดีจริงๆเลยนะ~...

.

สุดท้ายผมก็ต้องไปเจอะกับอาจารย์ฝ่ายปกครองที่ยืนดักรออยู่หน้าประตูโรงเรียนคอยต้อนรับนักเรียนมาสายจนได้...แต่พอเล่าให้อาจารย์ฟังท่านก็ปล่อยให้มาเรียนได้...แหม โชคดีจริงๆเลยนะเรา...! ถึงจะไม่ได้เรียนไปสองคาบ แต่ว่าก็เป็นวิชาที่ผมไม่ชอบพอดีเลยล่ะ...โชคดีสุดๆ!

เอ้าๆ นักเรียน จับคู่ทำงานกลุ่มกันนะคร๊าบๆอาจารย์.......เอาล่ะ...ตอนนี้ผมอยู่ในห้องเรียนแล้วล่ะ...หือ?...จับกลุ่มงั้นเหรอ??

ผมหันไปหาเพื่อนคนอื่นๆในห้องก็พบว่าเขาจับกลุ่มกันเสร็จสรรพพรับพร้อมเรียบร้อยโรงเรียนจีนกันไปหมดแล้ว...ดีจริงๆเลยนะ สังคมที่ทุกคนรักกันแล้วมีระเบียบแบบนี้น่ะ...........หา...เหอ?...อ...อ้าว...........เค้าจับกันครบไปแล้ว แล้วผมจะคู่กับใครล่ะนั่น...?

อ้าว...นายโชคดีไม่มีคู่หรอ?...งั้นก็ทำคนเดียวละกันนะหืม?...ทำคนเดียวงั้นหรอ...อืม...ก็ดีนะ...มาคิดดูอีกที ไอ้การทำงานกลุ่มก็อาจจะทำให้ขัดใจกันทะเลาะกันได้...งานเดี่ยวก็ดี ไม่ต้องไปเกี่ยวพันกับใคร...อืม.......โชคดีอะไรอย่างนี้!

.

เผลอแป๊บๆก็ช่วงเที่ยงแล้ว...อ้าว...อาหารกลางวันวันนี้มีแต่ผักงั้นหรอ?

แหม...แต่ก็ดีออกนะ...อาหารมีประโยชน์แบบนี้สุขภาพจะได้แข็งแรงด้วย...โชคดีจริงๆ

 

โครม!!!

 

อ้าว...ยืนอยู่ดีๆก็ถูกชนเฉยเลย...อ้าว...แล้วคนที่ชนหายไปไหน?...สงสัยจะมีธุระเร่งด่วนมากเลยสินะ...น่าเห็นใจจัง...อ้าว...แล้วถาดในมือผมล่ะ?...เหอ?...ลงไปกลิ้งโคโล่ข้างล่างตั้งแต่เมื่อไหร่...?!

สุดท้ายผมก็ต้องไปต่อแถวใหม่อีกครั้ง...ถึงยังไงการรอคอยก็ทำให้เราพอใจกับผลที่ได้รับมากขึ้นนะ!

อ้าว...หมดแล้วล่ะพ่อหนุ่ม ข้าวกลางวันวันนี้คงต้องออกเงินซื้อเองแล้วล่ะ

หือ?...ข้าวกลางวันของโรงเรียนหมดแล้วงั้นหรอ?..............ก็ดีเหมือนกัน ถึงผมจะเพิ่งบอกไปว่าผักดีต่อสุขภาพ แต่ก็ใช่ว่าผมจะอยากทานอาหารแบบนั้นหรอกนะ...ฮะๆๆ...

ว่าแล้วผมก็ควานหากระเป๋าตังค์ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง...

 

...อ้าว...หายไปไหนแล้วล่ะ?...

.......หรือว่า...คนที่ชนเราเมื่อกี้?...

 

อืม...เอาเถอะๆ เขาคงมีเหตุผลที่จำเป็นของเขาน่ะนะ...โชคดีนะเนี่ยที่ในนั้นใส่เงินไว้แค่ยี่สิบบาท...ว่าแต่บัตรนักเรียนล่ะ?.....อืมเอาเถอะๆ...เดี๋ยวก็หาทางออกได้เองแหละน่า...อาหารกลางวันวันนี้คงไม่ได้กินสินะ...อืมๆ...ก็ดีเหมือนกัน...เป็นการไดเอ็ทไง!...โชคดีจริงๆ!

หลังจากหมดเวลาพักกลางวันผมก็กลับมาที่ห้อง...อ้าว...แล้วพนักพิงเก้าอี้ล่ะ?...หายไปไหนแล้วนั่น...? อะนะ...ถือว่าเป็นการฝึกตนให้นั่งหลังตรงก็แล้วกัน...ฮะๆๆ!

 

อ้าว...เผลอแป้บเดียวก็หมดไปอีกสี่คาบแล้วหรอเนี่ย...?

 

นี่...ไอ้โชค...วันนี้ข้าไม่ว่าง ฝากแกช่วยทำเวรวันนี้ให้แทนก็แล้วกัน...ตกลงใช่ม้า~…ฝากด้วยนะเว้ย~!!” อ....อ้าว...ผมยังไม่ทันได้ตอบรับ...หมอนั่นก็เดินละลิ่วลอยชาย หายหัวไปซะแล้ว...เอาน่าๆ...ก็ปกติของเด็กวัยรุ่นล่ะนะ...! มั๊ง!?

ว่าแต่ให้ผมทำเวรงั้นเรอะ?.........ก็ดีเหมือนกัน!จะได้บำเพ็ญประโยชน์ ทำความดีเป็นบุญไปด้วยภายในตัวยังไงล่ะครับ! แถมได้ฝึกงานบ้านด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยสินะ! เรานี่มันเฮงจริงๆ

 

ว่าแต่ไม่ค่อยมีคนทำเวรเลยนะ...เด็กสมัยนี้ก็เป็นซะอย่างนี้แหละน้า~

 

...หืม...อากาศมันเย็นๆแฮะ...อ้อ...ฝนตกหรอ...ดีจัง~แบบนี้ก็ไม่ต้องเปลืองค่าไฟเปิดแอร์เปิดพัดลมก็เย็นสบายสินะ โชคดีจริงๆเลย...

เอ...แต่...

เราไม่ได้เอาร่มมาจากบ้านนี่นา...?

 

.......

 

.....ดีเลย!!จะได้ถือโอกาสทำการบ้านมันซะที่โรงเรียนซะเลยย!!!! แบบว่าอยู่บ้านไม่ค่อยมีสมาธิน่ะครับ แบบนี้กลับบ้านไปก็ได้นอนเล่นสบายใจเฉิบ...โชคดีจริงๆให้ดิ้นตาย...นี่คงป็นวันดีของผมจริงๆด้วยสินะ!

ผ่านมาได้ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง...การบ้านเสร็จแล้วล่ะ ...แต่ฝนยังไม่หยุดตกดีแฮะ...เอาเถอะๆ  ปรอยๆแบบนี้ก็พอจะเดิยฝ่าไปได้ล่ะนะ โชคดีชะมัดที่กระเป๋าผมเป็นหนังเลยเอามากันฝนได้...จาคอบจงเจริญ!

ซ่า~!!

ง่ะ...มัวแต่เอากระเป๋ากันหัวเลยลืมกันตัว...จู่ๆก็มีน้ำสาดกระเซ็นเข้าหน้าผมเต็มๆ...โอะ...สงสัยจะเป็นรถคันเมื่อกี้สินะ...ดีนะเนี่ยที่แอ่งน้ำแถวนี้ไม่สกปรกมาก...โชคดีจริงๆเลยนะเรา...อย่างน้อยก็เย็นขึ้นเยอะ~

 

เอ๊ะ...ว่าแต่มือถือผมล่ะ...?

 

ไม่ใช่รุ่นที่กันน้ำซะด้วยแฮะ...

 

ผมคว่ามือถือของผมออกมาดู...ตายละวา...ดับไปดื้อๆเสียอย่างนั้น...แต่ว่าโชคดีจริงๆเลยที่ไม่ช็อตแล้วระเบิดน่ะนะ...ไม่งั้นผมคงได้โชกเลือกแทนที่จะโชกน้ำแน่ๆ

ควับ!

อ้าว...ตะกี้มือถือยังอยู่ในมือผมเลยนี่?แล้วนี่มันหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย

หันกลับไปก็เจอผู้ชายคนนึงวิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ...โจรขโมยมือถืองั้นหรอ!?ซึ่งหน้าแบบนี้เลยเนี่ยนะ!?

...แต่ว่าโชคดีนะเนี่ยที่โทรศัพท์ผมพังไปแล้ว...ไม่งั้นผมคงจะเสียดายมากแน่ๆเลย

อ้าว...มัวคิดอะไรอยู่เนี่ยเรา...ต้องวิ่งตามไปสินะ...คิดได้อย่างนั้นก็เลยก้าวขาวิ่งออกตัวไป...

 

เพล้ง~~!

 

เย้ย~! เสียงอะไรดังอยู่ข้างหลังผมน่ะ? ว่าแต่รู้สึกเจ็บแปล๊บๆตรงขาด้วย...

หันกลับไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่...ผมก็พบว่าเป็นลังน้ำอัดลมที่ตกลงมาจากตู้คอนเทนเนอร์ข้างๆ...ที่ขาเจ็บแปล๊บๆก็เพราะว่าเศษแก้วมันกระเด็นมาบาดนี่เอง...

เฮ้!...เจ้าหนู เป็นอะไรมากไหมน่ะ!คุณลุงบนรถคันนั้นชะโงกศีรษะลงมาดู ผมไม่เป็นไรหรอกครับ...แค่แก้วบาดนิดหน่อยไม่ระคายผิวหรอกคร๊าบ~

 

ต...แต่ว่าเมื่อกี้...

.

...โชคดีเป็นบ้า!...เฉียดไปนิดเดียวจริงๆ

 

...อะ...จะว่าไปแล้วนี่ถ้ารถไม่ออกตัววิ่งมา...เราก็จะหลบไม่พ้นจากลังน้ำอัดลมนั่นสินะ!...แบบนี้ก็แสดงว่า...การที่โดนขโมยมือถือไป...เป็นการช่วยเราจากอุบัติเหตุงั้นสินะ!

โอ้ว~~!!!คุณขโมยเป็นคนช่วยชีวิตผม...โชคดีกำลังสอง~~!!

 

......

 

สุดท้ายก็ไม่ได้มือถือคืน...แต่จากที่เรารอดจากลังหนักๆนั่นแล้วได้แผลเลือดออกมาแค่สองสามแผล แบบนี้ไม่ว่าจะดูยังไงก็โชคดีสุดๆ!

ผมข้ามถนนไปก็ฮัมเพลงไป...โชคดี๊...โชคดีจริงๆเลยน๊า~

จะว่าไปตอนนี้มันก็มืดแล้วน่ะนะ...อืมๆก็ยังดีที่มีไฟตามข้างถนน...ตอนนี้เข้าหน้าหนาวแล้วสินะ...ถึงได้มืดเร็วแบบนี้....

ว่าแต่แสงมันสว่างจ้าพิลึกนะ...หืม?...เสียงหวอ...?...ไฟไหม้ที่ไหนหรอ??...

อ้าว...รถตำรวจนี่...รถคันข้างหน้าคงเป็นรถคนร้ายสินะ....ลำบากหน่อบนะครับคุณตำรวจ...เฮ้อ...ผู้พิทักษ์สันติราษ นี่งานหนักจริงๆนะ

ว่าแต่ขับเร็วจริงๆเลยนะเนี่ย...หือ?...ใกล้เข้ามาแล้ว...?

 

อ้าว...นี่เราอยู่บนถนนนี่น่า....?!

 

โอะ..ทำไมเผลอแป๊ปเดียวกันชนรถก็พุ่งเข้ามาแล้วล่ะเนี่ย...?

 

โครมมมม!!!...

 

.

 

.

 

.

 

เจ็บจนไม่เจ็บเลยล่ะครับ...ยังไงแบบนี้คงจะดีกว่าเจ็บปวดทรมานล่ะนะ...

ตอนนี้ผมพ้นโคม่าแล้วล่ะครับ...สรุปคือผมถูกรถคันนั้นชนเข้าจังๆเลยล่ะ...เมื่อกี้คุณตำรวจก็เล่าเรื่องให้ฟังแล้ว ว่าคนขับรถคนนั้นเป็นโจรปล้นธนาคาร ปิดถนนไล่กวดกันมาพักใหญ่ๆแล้ว...แหม...ก็ว่าทำไมรถมันโล่งผิดปกติ...ปรากฏว่าก็เพราะคนร้ายขับรถชนผมทำให้คนร้ายลนจนทำอะไรไม่ถูกเลยถูกจับกุมในที่สุด...โชคดีจริงๆเลยนะครับ...ตอนนี้ทางโรงพยาบาลก็กำลังติดต่อพ่อกับแม่ของผมอยู่น่ะครับ...คิดว่าอีกไม่นานท่านก็มาแล้วล่ะ...อืม...หิวจังแฮะ...ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าแล้ว...

ว่าแต่...ใส่เฝือกทั้งตัวนี่ก็หนักเอาการอยู่นา...อูย...เจ็บ~~...

ศีรษะแตก กระดูกสะโพกร้าว...ซี่โครงหักสองซี่ ขาหักทั้งสองข้าง อวัยวะภายในบอบช้ำแขนซ้าหักสองจุดค่ะพอพี่สาวนางพยาบาลอ่านรายงายการบาดเจ็บของผมเสร็จ ก็ยิ้มให้พอเป็นพิธีและหันกลับไปทำหน้าที่ของเธอต่อไป

 

โอ้...ผมนี่อาการหนักเอาการเลยแฮะ....

 

....

 

......ดีนะเนี่ยที่ผมถนัดขวา!!...

 

...........................ผมนี่โชคดีจริงๆเลย!!!!!

 

 

**********************************

 

ถ้าคนทั้งโลกได้นิสัยสักครึ่งนายโชคดี...ก็คงไม่ต้องมีสงครามโลก...และไม่ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่....(ฮ่า..)

.

....จริงๆนะ....

คิดว่า ถ้ามีคนนิสัยแบบนี้จริง...ชีวิตเขาคงจะมีความสุขมากกว่าใครคนไหนบนโลกนี้เลยล่ะ...

.

เป็นงานเรื่องสั้นที่เขียนส่งอาจารย์ภาษาไทยน่ะค่ะ...

ว่าง่ายๆก็คือเป็น การบ้าน นี่เอง...

 

เพื่อนอ่านแล้วบอกว่า... มันสะท้อนถึงตัวตนคนเขียนจริงๆเลยพับผ่า

....แหม= =....เก้าแต้มก็ไม่ได้มองโลกสดใสเหมือนหลอดไฟ๕๐๐วัตต์อย่างนายโชคดีนี่เสียหน่อย...

.........ถ้าเป็นอย่างนายนี่ได้...ป่านนี้ไม่มานั่งกลุ้มกับรายงานที่ยังทำไม่เสร็จแบบนี้หรอก...เนอะ...TTwTT....

 

ปล. เฮ้ออออ....

ปล.2 ยังไม่รู้จะแต่งธีมบล็อกยังไงเลยแฮะ.....แต่ก็ดีนะที่ไม่ใช่ว่าแต่งสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วต้องมาแก้ที่มันเน่าที่หลัง....โชคดีจริงๆเลยนะ....

 

 

 

edit @ 2 Dec 2007 19:51:47 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 2 Dec 2007 21:49:06 by D.C.เก้าแต้ม

edit @ 12 Dec 2007 21:53:40 by D.C.เก้าแต้ม